bitkub-banner

Ethereum ร่วงเกือบ 5% ต่ำกว่า $2,600 หลุดกรอบแกว่งตัว 2 สัปดาห์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Ethereum (ETH) ร่วง 4.9% มาอยู่ที่ $2,564.21 ในวันที่ 7 ต.ค. โดยใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาลดลง 5.3% แกว่งตัวระหว่าง $2,554.67 ถึง $2,723.16
  • ราคาหลุดกรอบแกว่งตัว $2,650 ถึง $2,775 ที่ยืนอยู่ราว 2 สัปดาห์ และปิดแท่งเทียน 4 ชั่วโมงต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป็นครั้งแรก
  • ภาพใหญ่ยังเป็นขาลงนับจากเดือน ต.ค. 2568 แต่ช่วงกลางทางเป็นขาขึ้นตั้งแต่เดือน ส.ค. จึงมีทั้งมุมมองว่าเป็นการพักฐานและมุมมองว่าเป็นการเปลี่ยนเทรนด์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ราคาหลุดกรอบที่เคยทรงตัวมา 2 สัปดาห์ด้วยแรงขายที่เร็วและแรง สะท้อนว่าแรงซื้อที่ประคองราคาอ่อนลง ในระยะสั้นจึงเป็นสัญญาณลบ แต่ยังต้องดูว่าราคาจะฟื้นกลับเข้ากรอบได้หรือไม่ เพราะภาพกลางทางยังเป็นขาขึ้นอยู่

ราคา Ethereum (ETH) ร่วงลง 4.9% มาอยู่ที่ $2,564.21 ในวันที่ 7 ต.ค. 2569 โดยตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ETH ปรับตัวลง 5.3% มีราคาสูงสุดที่ $2,723.16 และต่ำสุดที่ $2,554.67 ปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวม 3.13 แสนล้านดอลลาร์ การร่วงครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการหักหลังของตลาดที่เพิ่งฟื้นตัว แต่คำถามคือมันเป็นการกลับตัวจริง หรือเป็นเพียงการสะบัดผู้ถือที่ใจไม่นิ่งก่อนไปต่อ

ก่อนหน้านี้ ETH แกว่งตัวในกรอบแคบ $2,650 ถึง $2,775 ประมาณ 2 สัปดาห์ด้วยความผันผวนต่ำ ก่อนที่แท่งเทียน 4 ชั่วโมงของวันที่ 7 ต.ค. จะดิ่งลงราว 3.6% ในแท่งเดียว และปิดต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป็นครั้งแรก ราคาล่าสุดยังต่ำกว่าระดับ $2,600 ที่ปิดแท่งเทียนดังกล่าวด้วย

มุมกระทิง การร่วงนี้อาจเป็นแค่การพักฐาน

ฝั่งที่มองบวกชี้ว่า ETH ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระดับกลาง ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. หลังฐานราคา $1,850 ถึง $1,950 ที่ปริมาณซื้อขายแห้งลงมาเป็นเดือน ก่อนจะพุ่งขึ้นราว 45% จากจุดต่ำสุดจนทำจุดสูงสุดล่าสุดที่ $2,775 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ตามมุมมองนี้ การถอยลงหลังขึ้นแรงเป็นเรื่องปกติของตลาดที่ต้องพักหายใจ

อีกประเด็นคือกรอบแกว่งตัวแคบ 4.7% ที่ยืนมา 2 สัปดาห์ มักเป็นช่วงที่แรงซื้อแรงขายสะสมตัว เมื่อกรอบแตกลง แรงขายที่ไล่ตามอาจทำให้ราคาเกินเลยไปชั่วคราว คนที่เชื่อในมุมนี้จึงมองว่าการหลุดครั้งนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างระดับกลาง ตราบใดที่ราคายังไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าฐานเดิมของช่วงฟื้นตัว

มุมหมี หรือนี่คือการเปลี่ยนเทรนด์ระยะสั้นจริง

ฝั่งที่มองลบมีข้อโต้แย้งที่หนักแน่นไม่แพ้กัน แนวโน้มระยะยาวของ ETH ยังเป็นขาลงนับจากต้นเดือน ต.ค. 2568 ที่ราคาอยู่แถว $4,500 ลงมาถึงจุดต่ำสุดราว $1,569 ในช่วงกลางปีนี้ และการฟื้นตัวช่วง ส.ค. ถึง ก.ย. ยังไม่สามารถกลับขึ้นไปทวงโครงสร้างขาลงใหญ่ได้ การที่ราคาขึ้นไปชนจุดสูง $2,775 แล้วแผ่วลง จึงอาจเป็นแค่การดีดกลับในตลาดขาลงเท่านั้น

นอกจากนี้ การปิดต่ำกว่ากรอบครั้งแรกหลังนิ่งมา 2 สัปดาห์ มักตามมาด้วยความผันผวนที่เพิ่มขึ้น และปริมาณซื้อขาย 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมงสะท้อนว่ามีคนจำนวนมากพร้อมขายตามแรงลง ในมุมนี้ ผู้ที่ซื้อตอนราคาหลุดกรอบอาจกำลังเป็นฝ่ายรับมีดที่กำลังตก ไม่ใช่ผู้ที่ได้ราคาถูก

ส่วนปัจจัยพื้นฐาน บทความนี้ไม่ขอเดาสาเหตุเฉพาะเจาะจงของแรงขายวันนี้ เนื่องจากยังไม่มีข่าวใหญ่รายการเดียวที่ยืนยันได้ว่าเป็นตัวจุดชนวน การเคลื่อนไหวจึงสะท้อนโครงสร้างตลาดและแรงขายทางเทคนิคเป็นหลัก

สัญญาณที่ต้องจับตาเพื่อแยกว่าเป็นกรณีไหน

ราคากลับเข้ากรอบเดิมได้หรือไม่

หากราคาฟื้นกลับเข้าไปปิดในกรอบ $2,650 ถึง $2,775 ได้อย่างรวดเร็ว การหลุดครั้งนี้อาจเข้าข่ายการสะบัดหลอก (false breakdown) แต่ถ้าราคายังปิดต่ำกว่ากรอบต่อเนื่องหลายแท่ง ภาพของการเปลี่ยนเทรนด์ระยะสั้นก็จะชัดขึ้น

ปริมาณซื้อขายตอนราคาเด้งหรือลงต่อ

ตลาดมักบอกความจริงผ่านปริมาณ หากราคาเด้งขึ้นแต่ปริมาณเบาบาง นั่นอาจเป็นเพียงการดีดกลับเชิงเทคนิค แต่ถ้าราคาลงต่อพร้อมปริมาณที่หนาแน่น แรงขายอาจยังไม่หมด

ระดับจิตวิทยาที่ผู้ร่วมตลาดจับตา

ตอนนี้ราคาลงมาใกล้ย่านราคาที่ผู้ร่วมตลาดจำนวนมากให้ความสนใจ โดยเฉพาะบริเวณ $2,500 ซึ่งเป็นโซนที่ ETH เคยทะลุขึ้นไปก่อนเริ่มรอบฟื้นตัว ส่วนด้านบนมีจุดสูงล่าสุดที่ $2,775 เป็นเครื่องหมายว่ากระทิงยังไม่ได้ยึดคืนโครงสร้างได้เต็มที่ ทั้งนี้เป็นการรายงานระดับที่ตลาดให้ความสนใจ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมคิดว่าคนส่วนใหญ่มักรีบเลือกข้างเร็วเกินไปเวลาเจอแท่งเทียนแดงยาว ๆ ฝั่งหนึ่งพูดว่า “ขาลงกลับมาแล้ว” อีกฝั่งก็พูดว่า “แค่ล้างพอร์ตก่อนขึ้นต่อ” ทั้งที่ข้อมูลตอนนี้ยังไม่พอจะฟันธงได้สักข้าง

สิ่งที่น่าคิดคือ ETH ยังติดอยู่ระหว่างสองภาพที่ขัดกัน ภาพใหญ่เป็นขาลงที่ยังไม่ถูกลบล้าง ส่วนภาพกลางเป็นขาขึ้นที่เพิ่งเริ่มต้น การหลุดกรอบวันนี้ทำให้ภาพกลางเริ่มถูกท้าทาย แต่ยังไม่ได้ถูกหักล้างจนจบ ผมจึงมองว่าความผันผวน 1 ถึง 2% ภายในกรอบเป็นแค่เสียงรบกวน และสิ่งที่จะเปลี่ยนเรื่องเล่าได้จริงคือการที่ราคายืนยันทิศทางด้วยการปิดแท่งเทียนต่อเนื่อง ไม่ใช่แท่งเดียว

อีกเรื่องที่ควรถามตัวเองคือ เรากำลังตีความราคาจากข้อมูลจริง หรือจากความกลัวและความโลภของตัวเองกันแน่ ถ้าคุณเป็นผู้ที่เชื่อว่า ETH จะขึ้นต่อ แล้วราคาเด้งกลับพรุ่งนี้ คุณจะถือว่าตัวเองถูกหรือเปล่า และถ้าราคาร่วงต่อ คุณพร้อมยอมรับว่าสมมติฐานเดิมอาจผิดหรือไม่

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI