bitkub-banner

Ethereum ร่วงหลุดแนวรับ $2,650 หลังทรงตัวในกรอบมา 2 สัปดาห์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Ethereum (ETH) ร่วงหลุดกรอบ Sideway ที่ทรงตัวมานาน 2 สัปดาห์ ซื้อขายที่ $2,612.33 ลดลง 3.4% ใน 24 ชั่วโมง
  • ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาด 3.19 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือน ต.ค. 2568 ราว 44%
  • ต้องจับตาว่าแรงขายจะลามไปยัง Altcoin และกลุ่ม DeFi ที่ผูกกับ Ethereum มากน้อยเพียงใด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การหลุดกรอบที่ทรงตัวมา 2 สัปดาห์เป็นสัญญาณเชิงลบในระยะสั้น เพราะราคาเลือกทิศทางลง แต่แนวโน้มระยะกลางที่เป็นขาขึ้นตั้งแต่เดือน ส.ค. ยังไม่ถูกทำลาย

ราคา Ethereum ร่วงหลุดกรอบ Sideway ที่เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง $2,650 ถึง $2,775 มาตลอด 2 สัปดาห์ ในวันที่ 7 ต.ค. โดยซื้อขายที่ $2,612.33 ลดลง 3.4% ใน 24 ชั่วโมง จากระดับสูงสุดของวันที่ $2,723.16 การหลุดพื้นของกรอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สวนทางกับช่วงที่ผ่านมาที่ปริมาณซื้อขายซบเซา

มูลค่าตลาดของ ETH ลดลงมาอยู่ที่ 3.19 แสนล้านดอลลาร์ ราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงต้นเดือน ต.ค. 2568 ที่ราว $4,690 อยู่ประมาณ 44% แต่ยังสูงกว่าจุดต่ำสุดรอบนี้ที่ $1,569 เมื่อช่วงเดือน มิ.ย. อยู่ราว 66%

ราคาหลุดกรอบหลังพักตัวนาน 2 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ ETH ปรับตัวขึ้นแรงในเดือน ก.ย. ก่อนแตะ $2,775 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. แล้วเข้าสู่ช่วงพักตัว ราคาแกว่งในกรอบแคบประมาณ 4-5% ขณะที่ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายสัปดาห์ลดลงต่ำสุดตั้งแต่ช่วงเงียบเหงาของเดือน ส.ค. ช่วงนั้นแรงขายมักปรากฏเมื่อราคาขึ้นใกล้ $2,745 ถึง $2,768 ส่วนแรงซื้อเข้ามารับเมื่อราคาลงใกล้ $2,655 ถึง $2,670

การที่ราคาหลุดพื้นของกรอบที่ทรงตัวมานานบ่งชี้ว่าฝั่งผู้ซื้อที่เคยรับของตรงบริเวณดังกล่าวถอยออกไป ในแง่โครงสร้างตลาด นี่คือการเปลี่ยนสมดุลระยะสั้นจากการแกว่งตัว มาเป็นแรงขายที่ชัดเจนขึ้น แต่ภาพใหญ่ยังต้องดูต่อ เพราะโครงสร้างระยะกลางตั้งแต่ 10 ส.ค. ที่ทำจุดสูงและจุดต่ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่ได้ถูกยืนยันว่าเสียไป สำหรับแนวโน้มระยะยาว ราคายังอยู่ในช่วงขาลงจากจุดสูงสุดปี 2568

ผลกระทบต่อ Altcoin และสัดส่วนตลาด

ในอดีต Ethereum มักเป็นตัวชี้นำทิศทางของ Altcoin ส่วนใหญ่ เมื่อราคา ETH อ่อนตัว เหรียญที่ผูกกับระบบนิเวศของ Ethereum มักเผชิญแรงขายตามไปด้วย โดยเฉพาะโทเคนของโปรโตคอล DeFi และโซลูชัน Layer 2 ที่มูลค่าขึ้นอยู่กับกิจกรรมบนเครือข่ายหลัก ขณะที่ Altcoin ขนาดเล็กซึ่งสภาพคล่องบางกว่า มักผันผวนแรงกว่า ETH เมื่อตลาดเปลี่ยนทิศ

อีกด้านหนึ่ง เมื่อ ETH ลงแรง นักลงทุนบางส่วนอาจย้ายเงินไปพักใน Bitcoin หรือสเตเบิลคอยน์ ซึ่งอาจทำให้สัดส่วนมูลค่าตลาดของ Bitcoin เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Altcoin รวมถึง ETH เอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากต้นทางที่ใช้เขียนบทความนี้ยังไม่มีตัวเลขสัดส่วนมูลค่าตลาดหรือการไหลของเงินระหว่างเหรียญ จึงต้องรอดูข้อมูลชุดนี้ในช่วงถัดไปเพื่อยืนยันว่าเกิดการหมุนเวียนเงินจริงหรือไม่

DeFi และระบบนิเวศ Ethereum ที่ต้องจับตา

ราคา ETH เป็นปัจจัยตรงต่อมูลค่าเงินที่ล็อกอยู่ในโปรโตคอล DeFi (TVL) เพราะสินทรัพย์ค้ำประกันจำนวนมากเป็น ETH หรือโทเคนที่ผูกกับ ETH เมื่อราคาลง มูลค่าที่นับเป็นดอลลาร์ย่อมลดลงตาม และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อสถานะกู้ยืมที่ใช้ ETH ค้ำประกัน ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้เกิดการล้างพอร์ตต่อเนื่องได้ในช่วงที่ตลาดผันผวน

สำหรับเรื่องเล่าของตลาด การที่ ETH ฟื้นตัวราว 70% จากจุดต่ำสุดเมื่อเดือน มิ.ย. ช่วยหนุนความสนใจต่อกลุ่ม DeFi และ Layer 2 ในช่วงที่ผ่านมา หากราคาอ่อนตัวต่อเนื่อง เรื่องเล่าดังกล่าวอาจถูกทดสอบ ผู้อ่านควรติดตามข้อมูล TVL และกิจกรรมบนเครือข่ายจากแหล่งข้อมูลสาธารณะอย่าง DefiLlama เพื่อดูว่ากิจกรรมในระบบนิเวศชะลอตัวตามราคาหรือไม่ ซึ่งยังไม่มีข้อมูลดังกล่าวจากต้นทางในบทความนี้


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าเหตุการณ์นี้สำคัญตรงที่ราคาหลุดกรอบพร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต่างจากช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ตลาดเงียบ อย่างไรก็ตาม การหลุดแนวรับกรอบแคบเพียงครั้งเดียวยังไม่ได้ฟันธงว่าแนวโน้มระยะกลางเปลี่ยนแล้ว เพราะราคายังเคลื่อนไหวเหนือโซนที่เคยเป็นฐานของการขึ้นรอบนี้อยู่พอสมควร

สิ่งที่ผมจะดูต่อมี 3 เรื่อง คือ ปริมาณซื้อขายว่ายังหนาแน่นหรือไม่ ราคาปิดรายวันจะกลับเข้ามาในกรอบเดิมได้หรือเปล่า และ Altcoin รวมถึงโทเคน DeFi จะอ่อนตัวตาม ETH หรือมีเงินหมุนเวียนไปที่อื่น เพราะทั้งหมดนี้จะบอกว่านี่เป็นแค่การสะดุดระยะสั้น หรือจุดเริ่มต้นของการปรับฐานที่ลึกกว่า

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI