สรุปข่าว
- ราคา Ethereum (ETH) ดีดตัวขึ้น 3.1% แตะ $2,491.47 ในวันที่ 9 ต.ค. 2569 หลังร่วงลงไปต่ำสุดใกล้ $2,409 เมื่อคืนก่อน
- แม้ราคาดีดกลับ แต่ตัวเลข 24 ชั่วโมงยังติดลบ 2.7% และราคายังอยู่ต่ำกว่าระดับ $2,700 ที่เคยเคลื่อนไหวแคบ ๆ ก่อนเกิดแรงขายช่วงวันที่ 7 ถึง 9 ต.ค.
- ประเด็นที่ต้องจับตาคือ ราคาจะยืนเหนือฐานกรอบ $2,400 ที่ใช้มาตลอด 7 สัปดาห์ได้หรือไม่ เพราะการดีดกลับรอบนี้ยังมีลักษณะเป็นการพักตัวหลังร่วง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ราคาที่ขึ้น 3.1% สะท้อนแรงซื้อกลับเข้ามาหลังตลาดเทขายหนัก จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ยังเป็นขาลง และปริมาณซื้อขายยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นการกลับตัวระยะยาว
ราคา Ethereum ดีดตัวขึ้น 3.1% แตะ $2,491.47 ในวันที่ 9 ต.ค. 2569 หลังจากร่วงลงไปต่ำสุดที่ $2,409.36 ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ราคาสูงสุดของช่วงเดียวกันอยู่ที่ $2,574.82 แม้วันนี้ราคาจะฟื้นขึ้น แต่เมื่อเทียบ 24 ชั่วโมงยังติดลบ 2.7% จึงเป็นการดีดกลับจากฐานที่ลงมาลึกพอสมควร ไม่ใช่การทำจุดสูงใหม่
ข้อมูลตลาดระบุว่า ETH มีมูลค่าตลาดราว 3.04 แสนล้านดอลลาร์ และปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ ต้นสัปดาห์ราคาเคลื่อนไหวแคบ ๆ แถว $2,670 ถึง $2,730 ก่อนหลุดกรอบลงมาในช่วงวันที่ 7 ถึง 9 ต.ค. ราคาลดลงราว 9% ถึง 11% ท่ามกลางปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่แรงที่สุดนับตั้งแต่ ETH ทะลุฐานราคาในเดือน ส.ค.
ผลกระทบต่อผู้ถือระยะยาว
สำหรับผู้ถือระยะยาว ภาพรวมที่ควรมองคือ ETH ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งราคาเคยขึ้นไปใกล้ $4,368 ก่อนร่วงราว 64% ลงไปต่ำสุดรอบนี้ที่ $1,569 ช่วงปลาย พ.ค. ถึงต้น มิ.ย. ปีนี้ การดีดตัวแรงในเดือน ส.ค. ช่วยเรียกราคากลับมาได้ส่วนหนึ่ง แต่ราคาปัจจุบันยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอยู่มาก และยังไม่ได้กลับขึ้นไปเหนือโซน $3,000 ถึง $3,300 ที่เคยหลุดลงมา
ในแง่พอร์ต ผู้ถือระยะยาวมักให้น้ำหนักกับแผนการลงทุนของตัวเอง เช่น สัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ตและระยะเวลาถือครอง มากกว่าการเคลื่อนไหวรายวัน การขึ้นหรือลง 3% ในวันเดียวถือเป็นความผันผวนปกติของ ETH ผู้ที่ทยอยลงทุนเป็นงวดอยู่แล้วก็ควรพิจารณาว่าวินัยการลงทุนที่วางไว้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายและความสามารถรับความเสี่ยงของตนหรือไม่ โดยบทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ซื้อหรือขายที่ระดับราคาใด
มุมมองฝั่งเทรดเดอร์
ในตลาดฟิวเจอร์ เทรดเดอร์มักดูข้อมูลสามอย่างควบคู่กัน ได้แก่ ยอดการล้างพอร์ต สถานะคงค้าง (Open Interest) และอัตราค่าจ่ายระหว่างสถานะซื้อกับสถานะขาย (Funding Rate) เพื่อประเมินว่าราคาที่ขยับมาจากแรงซื้อจริงหรือเกิดจากการบีบสถานะ ในรอบนี้ผู้เขียนยังไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้ในมือ จึงไม่ขอระบุยอดล้างพอร์ตหรือการเปลี่ยนแปลงของสถานะคงค้าง ผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้สามารถตรวจสอบจากแพลตฟอร์มข้อมูลอนุพันธ์ที่น่าเชื่อถือได้ด้วยตัวเอง
สิ่งที่เห็นได้จากข้อมูลราคาคือ ปริมาณซื้อขายราว 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมงยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าตลาดยังคึกคักหลังแรงขายต้นสัปดาห์ และการดีดกลับครั้งนี้ยังมีลักษณะเป็นการพักตัวเมื่อเทียบกับแรงขายก่อนหน้า ทำให้เทรดเดอร์จำนวนมากยังรอดูว่าแรงซื้อจะต่อเนื่องหรือไม่ ก่อนมองว่าเป็นการเปลี่ยนทิศทาง
ระดับราคาที่ตลาดจับตา
ตลอด 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ETH เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบกว้างราว 15.6% ระหว่างประมาณ $2,400 ถึง $2,775 โดยจุดสูงสุดของกรอบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ $2,775 หลังแรงขายต้นสัปดาห์ ราคาลงมาทดสอบด้านล่างของกรอบ และราคาต่ำสุดล่าสุดที่ $2,409 ก็อยู่ใกล้ระดับ $2,400 ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ ส่วนฝั่งบน ราคาปัจจุบันยังห่างจากโซน $2,700 ที่เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวก่อนเกิดแรงขายอยู่พอสมควร
เมื่อมองภาพรวม การขยับระหว่าง $2,400 ถึง $2,700 ส่วนใหญ่ยังเป็นความผันผวนภายในกรอบ ประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักจึงอยู่ที่ว่า ราคาจะรักษาฐานล่างของกรอบไว้ได้หรือไม่ และจะกลับขึ้นไปยืนเหนือบริเวณ $2,700 ได้หรือเปล่า ทั้งนี้เป็นการรายงานระดับราคาที่ตลาดติดตาม ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการดีดขึ้น 3.1% วันนี้เป็นข่าวดีระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ควรอ่านว่าเป็นสัญญาณกลับตัว เพราะราคายังติดลบเมื่อเทียบ 24 ชั่วโมง และแรงขายต้นสัปดาห์เกิดขึ้นพร้อมปริมาณซื้อขายที่สูง ซึ่งมักมีน้ำหนักมากกว่าการเด้งกลับสั้น ๆ
สิ่งที่ผมจะจับตาเป็นพิเศษมี 3 เรื่อง คือ ราคาปิดรายวันยังรักษาฐานของกรอบ 7 สัปดาห์ไว้ได้ไหม ปริมาณซื้อขายตอนราคาขึ้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับตอนราคาลง และข้อมูลตลาดอนุพันธ์ว่ามีการสะสมสถานะเสี่ยงสูงเกินไปหรือเปล่า เพราะเมื่อสถานะหนาแน่น ความผันผวนมักแรงขึ้น
เรื่องการบริหารความเสี่ยง ผมคิดว่าสำคัญกว่าการเดาทิศทางราคา ไม่ว่าจะถือระยะยาวหรือเทรดระยะสั้น ควรใช้เงินที่พร้อมรับความผันผวนได้ และไม่ควรใช้เลเวอเรจเกินกว่าที่ตัวเองรับมือไหว เพราะวันที่ราคาขยับแรงแบบนี้ ผู้ที่เสียหายมากที่สุดมักเป็นคนที่ลงทุนเกินตัว
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

