bitkub-banner

สานต่อเจตนารมณ์ผู้สร้าง นักวิจัยคืนชีพเกมโป๊กเกอร์ที่ซาโตชิเคยซ่อนไว้ในโค้ด Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ในโค้ด Bitcoin ต้นตำรับของ Satoshi Nakamoto เคยมีอินเทอร์เฟซเกมไพ่โป๊กเกอร์ซ่อนอยู่แต่ใช้งานไม่ได้จริง
  • นักวิจัย Robin Linus ได้ชุบชีวิตไอเดียนี้สร้างเป็น Bitcoin Poker สำหรับผู้เล่น 2 คน โดยใช้ระบบเข้ารหัสในการควบคุมความยุติธรรมแทนเซิร์ฟเวอร์กลาง
  • โปรโตคอลนี้จำกัดผู้เล่นไว้ที่ 2 คนเพื่อป้องกันการฮั้วกัน และเตือนว่าการเล่นพนันออนไลน์หรือโป๊กเกอร์ยังคงผิดกฎหมายในประเทศไทย

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

โค้ดฉบับแรกสุดของ Bitcoin ที่เขียนโดย Satoshi Nakamoto เคยมีการใส่อินเทอร์เฟซเกมโป๊กเกอร์ทิ้งไว้โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ จนกระทั่งล่าสุด Robin Linus ได้นำแนวคิดนี้มาพัฒนาต่อยอดเป็นโปรโตคอลซึ่งเปิดให้ผู้เล่น 2 คนสามารถแข่งขันกันได้ ทว่าผู้ใช้งานในไทยควรระมัดระวังเนื่องจากการเล่นโป๊กเกอร์ในลักษณะนี้ยังถือว่าผิดกฎหมาย

ย้อนกลับไปในปี 2008 ช่วงเวลาประมาณ 6 เดือนก่อนที่ Satoshi Nakamoto จะเผยแพร่ Whitepaper ฉบับประวัติศาสตร์ ผู้สร้างบิตคอยน์นิรนามเคยแอบเขียนโค้ดสำหรับโต๊ะเกมโป๊กเกอร์ทิ้งไว้ในไฟล์ uibase.cpp ของซอฟต์แวร์ Bitcoin เวอร์ชันแรกเริ่ม โดยมีปุ่มอย่างการแจกไพ่, หมอบ, เรียกเงิน และเกทับ ฝังอยู่ ทว่าโครงสร้างในวันนั้นเป็นเพียงหน้าต่างอินเทอร์เฟซว่างเปล่าที่ไม่มีระบบรองรับการเล่นจริง ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีใครรู้ว่าตัวของซาโตชิสร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร

เกือบ 18 ปีให้หลัง Robin Linus นักวิจัยระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ผู้พัฒนา BitVM ได้เปิดตัวโปรโตคอล “Bitcoin Poker” เพื่อสานต่อสิ่งที่ซาโตชิทำค้างไว้ โดยออกแบบให้ผู้เล่น 2 คนสามารถดวลเกม Texas Hold’em ได้โดยตรงแบบ Peer-to-Peer  โดยการใช้ Bitcoin เป็นตัวกำหนดกฎการเล่น และตรวจสอบผู้เล่นที่ไม่คิดจะทำตามกฎ

เมื่อถูกถามว่า Bitcoin Poker จะต่างอะไรกับกาสิโนออนไลน์ หรือเว็บพนัน Linus ระบุว่า เกมที่เขาต่อยอดไอเดียมาจากซาโตชิจะแจกไพ่คนละสองใบให้แก่ผู้เล่นอย่างเป็นความลับ ในขณะที่ไพ่ 5 ใบที่จะใช้เล่นจะถูกจั่วออกมาหลังเกมดำเนินไป ทว่า ระบบนี้จะไม่พึ่งพาการแจกไพ่โดยเซิร์ฟเวอร์ หรือคนที่เชื่อใจได้ แต่จะใช้การเข้ารหัส และระบบ Zero-knowledge proofs เพื่อทำให้เกมยุติธรรมที่สุด

แทนที่เราจะตัองสับไพ่ทั้งสำรับ 52 ใบ โปรโตคอลจะทำการสร้างไพ่ขึ้นมาเพียง 9 ใบเท่านั้นในการเล่นแต่ละรอบ (ไพ่ในมือผู้เล่นคนละ 2 ใบ และไพ่กองกลาง 5 ใบ)  แต่ถ้าเมื่อไรที่ระบบพบว่ามีการสร้างไพ่ซ้ำระบบก็จะทำการเริ่มต้นใหม่ ขณะที่เครือข่ายจะเป็นคนตรวจสอบว่าใครชนะและใครจะได้เงินเดิมพันไปเพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครสามารถเล่นตุกติกได้ และหากผู้เล่นตัดสินใจที่จะเลิกกลางคันระบบจะทำการโอนเงินที่อยู่กองกลางไปให้ผู้ชนะและโอนเงินที่เหลือคืน

ในการจัดการเดิมพันและป้องกันการโกง Linus ได้ออกแบบ  Transaction Tree ที่เตรียมธุรกรรม Bitcoin ล่วงหน้ารองรับทุกการตัดสินใจที่เป็นไปได้ในเกม ไม่ว่าจะเป็นการหมอบ สู้ หรือเกทับ รวมทั้งสิ้น 56,132 โหนดธุรกรรม และลายเซ็นมากกว่า 54,000 ชุด 

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดขาดการเชื่อมต่อหรือจงใจหนีออกจากเกม ระบบจะมีกลไก Timeout อนุญาตให้อีกฝ่ายเคลียร์เงินกองกลางเข้ากระเป๋าได้ทันที แม้บล็อกเชนจะไม่สามารถบังคับให้คนเปิดไพ่ได้ แต่สามารถลงโทษทางการเงินผู้เล่นได้อย่างเบ็ดเสร็จ

อย่างไรก็ตามแม้ช่วงหนึ่งโป๊กเกอร์จะถูกจัดให้เป็นกีฬาที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย แต่ขณะนี้การเล่นกิจกรรมดังกล่าวไม่ว่าจะออฟไลน์ หรือ ออนไลน์ ล้วนแล้วแต่เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายการพนันด้วยกันหมดทั้งสิ้น

บทความนี้จึงเป็นเพียงแค่การนำเสนอข่าวสารในวงการคริปโทฯ เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำเชิญชวนให้ผู้อ่านเข้าไปร่วมเล่นแต่อย่างใด เพราะมีความเสี่ยงที่ผู้ใช้จะสูญเสียทรัพย์สินจากกิจกรรมดังกล่าว

ที่มา : Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน: แม้จะเป็นเพียงกรณีศึกษาด้านเทคโนโลยี แต่การทดลองนี้ก็ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างของ Bitcoin สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกรรมที่ต้องการความยุติธรรมและโปร่งใสสูงในรูปแบบอื่นๆ ได้ในอนาคต