สรุปข่าว
- เทรดเดอร์รายหนึ่งทำกำไรบน Papertrade ได้ 1.28 ล้านดอลลาร์ หรือราว 40 ล้านบาท ภายในไม่กี่ชั่วโมง ด้วยการใช้เลเวอเรจสูงถึง 1,000x และซื้อขาย ETH บน Hyperliquid เพื่อปั่นราคา
- Papertrade เร่งจำกัดวงเงินสถานะซื้อขาย หลังพบความพยายามปั่นราคา BTC และ ETH ในช่วงเปิดตัวแพลตฟอร์ม
- เทรดเดอร์รายดังกล่าวขาดทุนจากสถานะ Short ETH ที่ถูกล้างพอร์ตไปราว 450,000 ดอลลาร์ แต่ยังถอนเงินจาก Papertrade มากกว่ายอดฝากประมาณ 1.28 ล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Papertrade แพลตฟอร์มเทรดน้องใหม่บนเชน Hyperliquid ที่เพิ่งเปิดตัว เผชิญเหตุการณ์ปั่นราคา หลังเทรดเดอร์รายหนึ่งทำกำไรได้ 1.28 ล้านดอลลาร์ หรือราว 40 ล้านบาท ด้วยการเปิด Long บน Papertrade และซื้อ ETH จำนวนมากบน Hyperliquid เพื่อขยับราคาอ้างอิง โดยใช้เลเวอเรจสูงถึง 1,000 เท่า ด้าน Papertrade เร่งจำกัดวงเงินสถานะเปิด หลังยอมรับว่าข้อจำกัดเดิมหละหลวมเกินไป ขณะที่พูลสภาพคล่องเคยลดลงจาก 5 ล้านดอลลาร์เหลือ 2.4 ล้านดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวขึ้น
เปิดตัวได้ไม่ทันไรก็เจอตอเข้าอย่างจัง สำหรับ Papertrade แพลตฟอร์มเทรดสัญญา Perpetual Futures น้องใหม่บนเครือข่าย Hyperliquid หลังถูกเทรดเดอร์หัวหมอฟันกำไรไปเหนาะๆ กว่า 1.28 ล้านดอลลาร์ (ราว 40 ล้านบาท) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ด้วยเทคนิค “ปั่นราคาตลาด เพื่อกินคำใหญ่ในตลาดฟิวเจอรส”
จุดเริ่มต้นของช่องโหว่นี้มาจากฟีเจอร์เด่นของ Papertrade ที่เปิดให้เทรดเดอร์อัดเลเวอเรจได้สูงลิ่วถึง 1,000 เท่า ซึ่งหมายความว่า หากราคา Ethereum (ETH) ขยับขึ้นเพียง 0.1% เทรดเดอร์ก็จะได้กำไรทันที 100% ของเงินทุนที่วางไว้
ในทางกลับกัน หากราคาร่วงลงเพียง 0.1% พอร์ตก็แตกทันทีเช่นกัน ด้วยตัวคูณมหาศาลระดับนี้ เทรดเดอร์กระเป๋าหนักรายหนึ่งจึงมองเห็นช่องโหว่ในการทำกำไรแบบแทบไม่ต้องลุ้นดวง
กลยุทธ์ของเทรดเดอร์รายนี้คือ การเล่นงานสองตลาดพร้อมกัน เริ่มต้นด้วยการเข้าไปเปิดสัญญา Long ETH บน Papertrade ด้วยเลเวอเรจมหาศาลดักรอไว้ก่อน จากนั้นก็กระโดดข้ามไปที่แพลตฟอร์ม Hyperliquid เพื่อกวาดซื้อ ETH จำนวนมากในเวลาอันสั้นเพื่อดันราคาอ้างอิงให้พุ่งขึ้นแบบกะทันหัน
จากการตรวจสอบของ The Block พบว่า ในช่วงเวลาเพียง 2 นาที ระหว่าง 18:01–18:03 น ตามเวลา ET ของวันเสาร์ร์ กระเป๋าเงินปริศนานี้ได้ไล่ซื้อไปถึง 6,060 ETH ส่งผลให้ราคาบน Hyperliquid ดีดขึ้นราว 3 ดอลลาร์ แม้ราคาจะขยับเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยเลเวอเรจ 1,000 เท่าบน Papertrade มันเพียงพอที่จะทำให้สถานะ Long position ที่เปิดอยู่กลายเป็นเม็ดเงินมหาศาล ก่อนที่เขาจะรีบปิดสัญญาฟันกำไร แล้วเทขาย ETH คืนตลาดจนราคาลดลงมาราว 3.50 ดอลลาร์

ตลอดช่วงค่ำวันนั้น กระเป๋าเงินดังกล่าวซื้อขาย ETH ได้ฝากเงินเข้า Papertrade เริ่มต้นราว 1.2 ล้านดอลลาร์ และทำโวลุ่มเทรดไปสูงถึง 3.18 พันล้านดอลลาร์ จนสามารถถอนเงินสดออกไปได้สุทธิถึง 2.48 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกำไรเหนาะๆ ราว 1.28 ล้านดอลลาร์ แม้จะต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียมบน Hyperliquid ไปราว 52,000 ดอลลาร์ก็ตาม
หลังทำกำไรในช่วงแรก เทรดเดอร์รายนี้เปิด Short position ETH อีก 30 คำสั่งด้วยเลเวอเรจ 660 เท่า คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 297 ล้านดอลลาร์ ก่อนขาย ETH เพิ่มอีก 6,590 เหรียญบน Hyperliquid เพื่อกดราคาให้ลดลง
แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นไปตามแผน Short position ถูกบังคับปิดที่ราคา 2,509.95 ดอลลาร์ ส่งผลให้เทรดเดอร์รายนี้ขาดทุนประมาณ 450,000 ดอลลาร์ และได้รับโทเค็น PAPER ราว 17.6 ล้านโทเค็นจากระบบ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อ Papertrade จนพูลสภาพคล่อง ที่เคยมีมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ ถูกดูดเงินออกไปจนฮวบเหลือเพียง 2.4 ล้านดอลลาร์ในพริบตา ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในภายหลัง
หลังเกิดเรื่อง ทีมงาน Papertrade ได้ออกมายอมรับผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าเกิดจาก “การกำหนดเพดาน Open Interest ที่หละหลวมเกินไปในช่วงเปิดตัว” ทำให้เปิดช่องให้มีผู้เล่นกุม Position ใหญ่เกินขนาดของพูล โดยทีมงานได้เร่งปรับเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยงใหม่ให้รัดกุมขึ้น พร้อมทั้งอ้างว่าเทรดเดอร์รายดังกล่าวได้นำกำไรส่วนใหญ่กลับมาคืนสู่พูลผ่านบัญชีใหม่แล้ว แม้ทาง The Block จะระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงในจุดนี้ได้ก็ตาม
ที่มา:theblock
มุมมองผู้เขียน: กรณีที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์นี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความสามารถของเทรดเดอร์ในการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบ แต่ยังเผยให้เห็นความเปราะบางของแพลตฟอร์มที่เปิดให้ใช้เลเวอเรจสูง โดยเฉพาะเมื่อระบบควบคุมวงเงินและความเสี่ยงยังไม่รัดกุมเพียงพอ

