bitkub-banner

ยื้อต่อไม่ไหว Blur จ่อปิดหน้าเว็บไซต์เดือนหน้า ท่ามกลางปริมาณเทรด NFT ลดฮวบ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Blur ตลาดซื้อขาย NFT ชื่อดัง ประกาศปิดหน้าเว็บไซต์ในเดือนหน้า แต่โปรโตคอลบนบล็อกเชนยังเปิดใช้งานตามปกติ และเหรียญ BLUR ยังควบคุมกลไกเก็บค่าธรรมเนียมต่อไป
  • Blend แพลตฟอร์มสินเชื่อ NFT ในเครือ จะหยุดจับคู่เงินกู้ใหม่ ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2026 ผู้กู้ต้องเลือกชำระคืน หรือปล่อยให้ผิดนัดก่อนวันดังกล่าว
  • ปริมาณซื้อขายรายเดือนร่วงจากจุดสูงสุด 1.43 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2023 เหลือไม่ถึง 7 ล้านดอลลาร์ ราคาเหรียญ BLUR ดิ่งกว่า 20% หลังประกาศ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish

การปิดหน้าเว็บสะท้อนว่า ธุรกิจหลักของ Blur หมดแรงจริง ตลาดตอบรับทันทีด้วยแรงเทขายกว่า 20% แม้โปรโตคอลจะยังอยู่ แต่เมื่อผู้ใช้งานและปริมาณเทรดแทบหายไป รายได้จากค่าธรรมเนียมที่จะหนุนมูลค่าเหรียญก็เหลือน้อยตามไปด้วย ปัจจัยลบนี้ซ้ำเติมความเชื่อมั่นต่อกลุ่ม NFT ที่อ่อนแออยู่แล้ว

Blur แพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย NFT ชื่อดัง ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จะทำการปิดหน้าเว็บไซต์ลงในเดือนหน้า แต่โปรโตคอลตลาดซื้อขายบนบล็อกเชน จะยังคงเปิดใช้งานตามปกติ และเหรียญ BLUR จะยังคงควบคุมกลไกการเก็บค่าธรรมเนียมของโปรโตคอลต่อไป 

ขณะเดียวกัน Blend แพลตฟอร์มสินเชื่อ NFT ในเครือ จะหยุดการจับคู่เงินกู้ใหม่ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2026 โดยเปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถชำระคืนเงินกู้ หรือปล่อยให้ผิดนัดชำระหนี้ได้ จนถึงวันดังกล่าว หลังจากนั้นทีมงานจะจัดหาเครื่องมือหน้าเว็บชั่วคราว เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานถอนสินทรัพย์ออกจาก Blend  ได้

ทั้งนี้ ข่าวการปิดตัวในครั้งนี้ เกิดขึ้นตามหลังการทยอยยุติการดำเนินงานของโปรเจกต์ Ethereum Layer 2 ในตลาดหลายแห่ง โดยเฉพาะ Blast เครือข่าย L2 ชื่อดัง ซึ่งก่อตั้งโดย Tieshun “Pacman” Roquerre ผู้สร้างแพลตฟอร์ม Blur 

ตลอดจนโปรเจกต์ L2 อย่าง Abstract ของกลุ่ม Pudgy Penguins ที่ได้ประกาศปิดตัวลงไปก่อนหน้านี้เช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดัน และการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มโปรเจกต์ Layer 2 ในช่วงที่ผ่านมา

บทเรียนจากโมเดลการล่า Airdrop และผลกระทบต่อราคาเหรียญ BLUR

การตัดสินใจถอนตัว เกิดขึ้นหลังจาก Blur เผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับโมเดลการสร้างแรงจูงใจทางการเงิน ซึ่งส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมล่า Airdrop และการปั๊มยอดเทรดเท็จ ควบคู่ไปกับนโยบายค่าลิขสิทธิ์ผู้สร้างที่ต่ำมากจนกดดันรายได้ของผู้พัฒนา NFT รวมถึง Yuga Labs ผู้สร้าง Bored Ape Yacht Club 

โดยข้อมูลจาก The Block ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายรายเดือนของ Blur เคยพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ราว 1.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมีนาคม 2023 แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี ปริมาณการซื้อขายต่อเดือนกลับดิ่งลงเหลือไม่ถึง 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ส่งผลให้หลังจากการประกาศปิดหน้าเว็บ ราคาเหรียญ BLUR ก็ร่วงลงทันทีกว่า 20% มาอยู่ที่ราว $0.015 โดยมูลค่าตามราคาตลาดเหลือเพียงประมาณ 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งย่อตัวลงอย่างมหาศาล จากระดับราคาที่เคยซื้อขายสูงกว่า $5 ในช่วงต้นปี 2023

ที่มา : theblock


มุมมองผู้เขียน : Blur ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแพลตฟอร์มที่พึ่งพาโมเดลแจกเงินหรือผลตอบแทน เพื่อดึงดูดปริมาณการเทรด ซึ่งทันทีที่รางวัลหมดความน่าสนใจ ผู้ใช้งานจริงก็ทยอยหายไปจนไม่เหลือ 

การที่ทีมงานเลือกปิดหน้าเว็บไซต์แต่ยังคงตัวโปรโตคอลไว้นั้น มองดูเป็นการตัดลดต้นทุนมากกว่าการตั้งใจพัฒนาต่อ ขณะที่ราคาเหรียญ BLUR เองก็น่าจะฟื้นตัวได้ยาก หากขาดฐานผู้ใช้งานจริงเข้ามาสนับสนุน