สรุปข่าว
- ตลาดคริปโทฯ เผชิญภาวะซบเซารับสัปดาห์อันตรายจากปัจจัยลบหลายด้าน เช่น การประชุม FOMC, สัญญาออปชันหมดอายุ และความขัดแย้งในอิหร่าน
- Michael Saylor และ Strategy ตัดสินใจไม่เคลื่อนไหวและหยุดส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้สถิติการเข้าซื้อต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ต้องยุติลง
- Strive บริษัทคู่แข่งเตรียมสวนกระแสเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ แม้ปัจจุบันจะมีปริมาณการถือครองน้อยกว่า Strategy ค่อนข้างมาก
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญภาวะซบเซาท่ามกลางสัปดาห์แห่งความเสี่ยงรอบด้าน ส่งผลให้ Michael Saylor และ Strategy ตัดสินใจงดการเคลื่อนไหวและยุติสถิติการเข้าซื้อ Bitcoin ต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ลงชั่วคราว หากไม่มีเซอร์ไพรส์ในคืนนี้ ในขณะที่ Strive คู่แข่งรายย่อยกลับเลือกดำเนินกลยุทธ์สวนทางด้วยการเตรียมเข้าซื้อบิทคอยน์เพิ่มท่ามกลางความผันผวนของตลาด
ตลาดคริปโทฯ ในสัปดาห์นี้กำลังจะประสบกับเหตุการณ์ระทึกต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการประชุมเฟด FOMC, สัญญาออปชันหมดอายุ, ความขัดแย้งในอิหร่าน ที่ต่างถาโถมเข้ามาอย่างหนักจนทำให้แม้แต่ตัวของ Michael Saylor และ Strategy ยังเลือกที่จะไม่ขยับ
ตามปกติแล้วในช่วงวันอาทิตย์ Saylor มักจะทำการเคลื่อนไหวส่งสัญญาณบนโซเชียลมีเดียด้วยการโพสต์ข้อความสั้นๆ เกี่ยวกับ “Bitcoin” หรือ “สีส้ม” พร้อมแนบกราฟ Saylor Tracker ก่อนที่จะเปิดเผยความเคลื่อนไหวในช่วงคืนวันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย
ทว่า ในสัปดาห์นี้เขากลับเลือกที่จะไม่โพสต์อะไรเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ต่อให้จะเป็นการประกาศขาย Bitcoin, การเข้าซื้อหุ้น STRC คืน หรือแม้แต่การเพิ่มเงินสดเข้าไปในคลังสำรองของบริษัท ตัวของ Saylor ก็ไม่พลาดที่จะออกมาส่งสัญญาณล่วงหน้า
ทั้งนี้ เมื่อประเมินความเป็นไปได้เบื้องต้นแล้วจะพบว่ามีความเป็นไปได้สองอย่างที่น่าจะเกิดขึ้นคือ 1. Strategy เลือกที่จะไม่ดำเนินการใดๆ เลยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงประจวบเหมาะกับที่ราคา Bitcoin ได้ย่อตัวลงหลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์
สองคือ Michael Saylor เลือกที่จะยุติการส่งสัญญาณแล้วรอประกาศผลลัพธ์ทีเดียวซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อตลาดได้มากกว่าการส่งสัญญาณนำร่อง แต่ความเป็นไปได้นี้ถือว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อเทียบน้ำหนักกับเหตุการณ์แรก
ดังนั้น การหายตัวไปของ Saylor ในสัปดาห์นี้จึงเป็นการยุติสถิติเข้าซื้อ Bitcoin ต่อเนื่องของ Strategy ลง หลังจากที่ดำเนินมากว่า 5 สัปดาห์ ส่งผลทำให้แรงซื้อลดลงและแทนที่ด้วยแรงกดดันจากฝั่งเทขายเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะลงต่อ
อย่างไรก็ตามทางด้านบริษัทคู่แข่งอย่าง Strive กลับดำเนินกลยุทธ์ในทิศทางตรงกันข้ามเพราะ Matt Cole ซีอีโอของบริษัท ส่งสัญญาณแล้วว่าพวกเขาจะทำการเข้าซื้อบิทคอยน์เพิ่มในสัปดาห์นี้ และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดสู่สาธารณะในภายหลัง
ปัจจุบัน Strategy ยังคงครองตำแหน่งบริษัทที่มีการถือครองบิทคอยน์มากที่สุดในโลกด้วยจำนวน 848,517 BTC ในขณะที่ Strive แม้ในระยะหลังจะพยายามเร่งเครื่องอย่างหนักแต่พวกเขาก็ยังห่างชั้นกับ Strategy และมี Bitcoin ในครอบครองประมาณ 36,818 BTC
มุมมองผู้เขียน: การชะลอการเข้าซื้อของ Strategy สะท้อนถึงความระมัดระวังขั้นสูงท่ามกลางความเสี่ยงเชิงมหภาค ขณะที่การเดินหน้าซื้อต่อของ Strive อาจมองเป็นโอกาสในการสะสมสินทรัพย์ในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดันและสภาพคล่องหดตัว

