สรุปข่าว
- Michael Saylor ระบุว่า Strategy สามารถสร้างเครดิตดิจิทัลได้สูงสุด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยไม่ต้องระดมทุนจากการออกหุ้นสามัญใหม่
- บริษัทมีแผนซื้อ Bitcoin เพิ่ม และการสร้างเครดิตดังกล่าวไม่จำเป็นต้องพึ่งราคา Bitcoin ที่สูงขึ้นอีก
- ยังเป็นการสื่อสารถึงศักยภาพในการระดมทุน ยังไม่ใช่รายงานการซื้อที่เกิดขึ้นจริง ต้องรอดูการเปิดเผยจำนวน BTC ที่ซื้อในระยะถัดไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทมหาชนส่งสัญญาณว่ามีแหล่งเงินทุนพร้อมซื้อต่อ ช่วยหนุนความเชื่อมั่นด้านแรงซื้อสถาบันในระยะกลาง แต่เป็นการระบุขีดความสามารถ ไม่ใช่คำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นแล้ว ผลต่อราคาจึงจำกัดจนกว่าจะเห็นตัวเลขซื้อจริง
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph Michael Saylor ประธานบริหารของ Strategy (เดิมคือ MicroStrategy) กล่าวว่าบริษัทสามารถสร้างเครดิตดิจิทัลได้สูงสุด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยไม่ต้องระดมทุนด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่ม และไม่ต้องรอให้ราคา Bitcoin ปรับขึ้นไปมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ราว $78,500 ปรับขึ้นประมาณ 2.5% ในรอบ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เครดิตดิจิทัลคืออะไร และทำไมไม่ต้องออกหุ้นเพิ่ม
เครดิตดิจิทัลคือกลุ่มตราสารที่ Strategy ออกให้นักลงทุน เช่น หุ้นบุริมสิทธิที่จ่ายปันผลสูง โดยมี Bitcoin ที่บริษัทถือครองเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง เมื่อขายตราสารเหล่านี้ได้ บริษัทก็นำเงินไปซื้อ Bitcoin เพิ่ม โดยไม่ต้องขายหุ้นสามัญซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วน
จุดที่ Saylor เน้นคือกรอบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ไม่ได้ขึ้นกับราคา Bitcoin ที่ต้องพุ่งสูงขึ้นอีก หมายความว่าบริษัทมองว่าฐานสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในปัจจุบันเพียงพอรองรับการออกตราสารได้แล้ว
เส้นทางสะสม Bitcoin ของ Strategy ช่วงที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Strategy เตรียมโหวตจ่ายปันผลผู้ถือหุ้นรายวัน หวังระดมทุนช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่ม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขยายช่องทางระดมทุนผ่านตราสารปันผลสูง และ Strategy ซื้อ Bitcoin เพิ่ม $138 ล้าน ถือครองรวมกว่า 847,000 BTC ในช่วงปลายเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม บริษัทเคยมีช่วงชะลอการซื้อและหันไปซื้อหุ้นของตัวเองคืนเช่นกัน ดังที่ Siam Blockchain รายงานเรื่องการปรับกลยุทธ์สู่การจัดสรรเงินสำรองแบบยืดหยุ่น จึงต้องติดตามว่าแผนซื้อรอบนี้จะเกิดขึ้นจริงในปริมาณเท่าใด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นการบอกว่า “กระสุนมีพร้อม” มากกว่าการยิงจริง ซึ่งก็เป็นสไตล์ที่ Saylor ทำมาตลอด คือสื่อสารล่วงหน้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดและนักลงทุนตราสารของบริษัท ใครที่ติดตามควรดูสองเรื่อง คือประกาศซื้อจริงในแต่ละสัปดาห์ว่าจำนวน BTC ใหญ่แค่ไหน และความต้องการของตลาดต่อตราสารปันผลสูงของบริษัทว่ายังแข็งแรงหรือไม่ เพราะถ้าขายตราสารไม่ออก แผนก็ไปต่อไม่ได้ ทั้งนี้เป็นเพียงมุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขาย
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI

