สรุปข่าว
- ผู้ถือหุ้น Strategy ลงมติด้วยคะแนนเสียง 99.3% เห็นชอบให้ปรับตารางการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิทั้ง 4 ตัว (STRF, STRC, STRK, STRD) เป็นรายวัน
- หุ้นบุริมสิทธิตัวหลักอย่าง STRC ซึ่งให้อัตราปันผล 12% ต่อปี จะเริ่มจ่ายปันผลรายวันตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ส่วนหุ้นอีก 3 ตัวจะทยอยเปลี่ยนในเดือนมกราคม
- แม้การปรับเปลี่ยนนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้หุ้น แต่การซื้อ Bitcoin ของบริษัทในระยะสั้นยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากมีเงินสดหมุนเวียนจำกัด
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ผู้ถือหุ้นของ Strategy มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 99.3% ให้ปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิเป็นรายวัน เริ่มจากหุ้น STRC ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเตรียมเปิดเส้นทางการระดมทุนสำหรับซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม ขณะที่หุ้นอีก 3 ตัวจะเริ่มจ่ายปันผลรายวันช่วงเดือนมกราคมเป็นต้นไป
Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ล่าสุดได้มีความเคลื่อนไหวใหม่โดยได้มีการออกมาเปิดเผยว่าทางผู้ถือหุ้น MSTR ของทางบริษัทได้มีมติเห็นชอบในการปรับตารางการจ่ายปันผลเป็น “ทุกวันตามปฏิทิน” ด้วยคะแนนโหวตล้นหลามถึง 99.3%
ในส่วนของรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ นักลงทุนที่ถือหุ้นบุริมสิทธิของ Strategy ทั้ง 4 ตัว อันประกอบไปด้วย STRF, STRC, STRK, STRD จะได้รับเงินปันผลถี่ขึ้นในจำนวนที่น้อยลงตาม แทนที่จะต้องรอเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยที่อัตราเงินปันผลต่อปียังคงเท่าเดิมซึ่งอาจช่วยเปิดเส้นทางการระดมทุนหลักเพื่อนำไปซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในอนาคต
สำหรับหุ้นบุริมสิทธิตัวชูโรงของบริษัทอย่าง Stretch (STRC) ซึ่งปัจจุบันให้อัตราเงินปันผล 12% ต่อปี จะเริ่มเปลี่ยนมาจ่ายรายวันตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ส่วนหุ้นบุริมสิทธิอีก 3 ตัวจะเริ่มทยอยเปลี่ยนในเดือนมกราคมตามลำดับ
ผลกระทบต่อการเข้าซื้อ Bitcoin
แม้ว่าการจ่ายเงินปันผลเป็นรายวันอาจดึงดูดผู้ซื้อและช่วยให้ราคาของ STRC เสถียรขึ้น ซึ่งทาง Strategy เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้นได้ดีขึ้น
การกลับมาซื้อ Bitcoin ในสัปดาห์นี้จึงยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากการลงมติดังกล่าวไม่ได้สร้างเงินสดในทันที และ Strategy มีเงินสดหมุนเวียนที่ไม่ติดเงื่อนไขอยู่เพียง 242.4 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 25 ตุลาคม มากไปกว่านั้น การออกหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มก็สร้างภาระผูกพันในการจ่ายเงินปันผลมากขึ้นเช่นกัน
ตลาดยังให้ความสำคัญกับ Strategy อยู่หรือไม่?
จริงอยู่ที่ว่า Strategy ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาดแต่ ปัจจุบันกำลังการซื้อของบริษัทเริ่มมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะก่อนหน้านี้บริษัทเข้าซื้อไปเพียง 267 BTC ในสัปดาห์ก่อนที่จะหยุดพัก ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 22.1 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ตลาด Bitcoin ปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อวัน
งานวิจัยจาก Coinbase Institutional ชี้ให้เห็นว่านับตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา กองทุน ETF ได้กลายมาเป็นผู้ซื้อหลักของ Bitcoin แซงหน้าคลังสำรองของบริษัทเอกชนไปแล้ว
ถึงกระนั้น การซื้อของ Strategy ก็ยังคงมีความสำคัญต่ออุปทานในระยะยาว แต่สำหรับตลาดในภาพรวม อุปสงค์จาก ETF และสภาวะเศรษฐกิจมหภาคเริ่มมีอิทธิพลและน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ที่มา: Beincrypto
มุมมองผู้เขียน: การปรับจ่ายปันผลเป็นรายวันอาจน่าดึงดูดใจนักลงทุนก็จริงแต่อีกมุมหนึ่งก็อาจทำให้บริษัทเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นและต้องการสภาพคล่องสูงขึ้นเพื่อที่จะมาจ่ายภาระปันผลในทุกๆ วัน ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถนำเงินมาลงทุนใน Bitcoin ได้เต็มที่

