bitkub-banner

เปิดพอร์ต Tether ซีอีโอเผยกลางงาน Lugano ถือ Bitcoin อยู่ราว 1.5 แสน BTC 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Paolo Ardoino ซีอีโอ Tether เผยกลางงาน Plan ₿ Forum ที่เมืองลูกาโน สวิตเซอร์แลนด์ว่า บริษัท Tether ถือ Bitcoin ในงบดุลราว 150,000 BTC จากการทยอยสะสมด้วยกำไรส่วนหนึ่ง ตั้งแต่พฤษภาคม 2023
  • รายงานรับรองสินทรัพย์สำรองไตรมาส 3 ปี 2026 โดย BDO ระบุสินทรัพย์สำรองรวม 1.9145 แสนล้านดอลลาร์ เงินทุนส่วนเกินแตะ 7.95 พันล้านดอลลาร์ และกำไรสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 4.5 พันล้านดอลลาร์
  • Tether เปิดตัวแนวคิด Independence Stack พร้อมโครงการด้านพลังงาน การขุด Bitcoin และ AI ที่ประมวลผลบนอุปกรณ์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish

Tether ยังเป็นผู้ซื้อ Bitcoin รายใหญ่ที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง มูลค่า Bitcoin สำรองที่เพิ่มขึ้นจาก 5.8 พันล้านดอลลาร์เป็น 8.37 พันล้านดอลลาร์ในหนึ่งไตรมาส บ่งชี้ว่า ยังมีแรงซื้อจากผู้เล่นรายใหญ่ ส่วนกำไรที่แข็งแรงช่วยให้บริษัทมีกระสุนสำหรับสะสมต่อ ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นอาจจำกัด แต่เป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว

Paolo Ardoino ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tether ผู้ออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ USDT เปิดเผยบนเวทีสัมมนา Plan ₿ Forum ณ เมืองลูกาโน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin อยู่ในงบดุลรวมประมาณ 150,000 BTC ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ลงทุนระยะยาวมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 ซึ่งบริษัทได้แบ่งกำไรจากการดำเนินงานส่วนหนึ่งมาทยอยซื้อสะสม Bitcoin เข้าพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ 

นอกจากขนาดของสินทรัพย์ที่เติบโตขึ้นแล้ว Paolo  ยังเปิดเผยข้อมูลการใช้งานจริงว่า ปัจจุบันระบบนิเวศของ Tether มีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกทะลุ 730 ล้านคนไปแล้ว และมีจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 30 ล้านบัญชีต่อไตรมาส ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า USDT ได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงเหรียญสำหรับเทรดในตลาดคริปโทฯ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยให้ประชากรในหลายประเทศเข้าถึงการถือครองดอลลาร์สหรัฐได้จริง 

สินทรัพย์สำรองพุ่งแตะ 1.91 แสนล้านดอลลาร์ กวาดกำไร 9 เดือนแรก 4.5 พันล้านดอลลาร์ 

ความแข็งแกร่งทางการเงินของ Tether ได้รับการยืนยันผ่านรายงานการรับรองสินทรัพย์สำรองประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 โดยสำนักงานตรวจสอบบัญชีอิสระ BDO ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายนระบุว่า บริษัทมีสินทรัพย์สำรองรวมทั้งสิ้น 1.9145 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มีภาระหนี้สินจากการออกเหรียญอยู่ที่ราว 1.8350 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (โดยปริมาณเหรียญ USDT หมุนเวียนในตลาดทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 1.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ส่วนต่างดังกล่าวทำให้บริษัทมีเงินทุนสำรองส่วนเกินที่เป็นกันชนสภาพคล่องสูงถึง 7.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากระดับ 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน ขณะที่ผลประกอบการเฉพาะในไตรมาสที่ 3 บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานได้ถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดกำไรสะสมตลอด 9 เดือนแรกของปี 2026 พุ่งแตะ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์สำรองของ Tether ยังคงเน้นไปที่สินทรัพย์สภาพคล่องสูงและมีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก ประกอบด้วย

  • พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Treasury Bills): ถือครองโดยตรงราว 122.84 พันล้านดอลลาร์ และถือผ่านสัญญาซื้อคืนข้ามคืน (Overnight Reverse Repurchase) อีก 9.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อมสูงเกือบ 132.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 
  • ทองคำแท่ง: มูลค่ารวม 19.08 พันล้านดอลลาร์
  • เงินให้กู้ยืมที่มีหลักประกัน: มูลค่ารวม 14.18 พันล้านดอลลาร์
  • Bitcoin สำรอง: ณ วันที่ 30 กันยายน มีมูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 8.37 พันล้านดอลลาร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสก่อนหน้าตามการฟื้นตัวของราคาตลาด 

เปิดตัวแนวคิดลดการพึ่งพาศูนย์กลาง ขยายโครงข่ายพลังงานแสงอาทิตย์และซอฟต์แวร์ขุด Bitcoin 

นอกจากตัวเลขทางการเงินแล้ว Paolo Ardoino ยังได้เปิดตัววิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีชุดใหม่ในชื่อ “Independence Stack” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมไซไฟระดับตำนานเรื่อง Foundation ของ Isaac Asimov โดยมีเป้าหมาย เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการแบบรวมศูนย์ ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การเงิน พลังงาน และการสื่อสาร

หนึ่งในโครงการที่เป็นรูปธรรมคือ การลงทุนในตู้ชาร์จแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ทั่วทวีปแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันติดตั้งไปแล้วราว 5,000 จุด รองรับผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านคน และช่วยสร้างงานให้ผู้หญิงในท้องถิ่นมากกว่า 30,000 ตำแหน่ง พร้อมตั้งเป้าขยายโครงข่ายให้แตะ 100,000 จุดภายใน 5 ปี เพื่อเข้าถึงประชากรกว่า 200 ล้านคน 

ขณะเดียวกัน ในมิติของการขุด Bitcoin นั้น Tether ได้จับมือกับ 15 บริษัทยักษ์ใหญ่และพูลขุดชั้นนำระดับโลก เช่น Bitmain, Bitdeer, Canaan, MicroBT, Foundry Digital และ F2Pool เพื่อร่วมกันพัฒนาชุดเครื่องมือซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่าง Mining Development Kit สำหรับยกระดับ และกระจายศูนย์อุตสาหกรรมขุดเหรียญต่อไป

รุกตลาด Local AI ประมวลผลไม่ง้ออินเทอร์เน็ต พร้อมปูพรมระบบสื่อสารไร้ตัวกลาง 

ในส่วนของซอฟต์แวร์และการสื่อสาร Tether ได้พัฒนา Holepunch สำหรับการสื่อสารแบบ Peer-to-Peer โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์กลาง พร้อมทั้งเปิดตัว Wallet Development Kit ชุดเครื่องมือสำหรับสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบ Self-Custody ข้ามบล็อกเชน โดยเตรียมร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Shiga เพื่อนำร่องเปิดตัววอลเล็ตในภูมิภาคแอฟริกาและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเป็นลำดับแรก 

ไฮไลต์สำคัญคือ การรุกเข้าสู่สมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านแพลตฟอร์ม QVAC ได้โดยตรงแบบออฟไลน์โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ตัวอย่างการนำไปใช้งานได้แก่ ระบบรู้จำเสียงพูดสำหรับสมาร์ทโฟน แว่นตาอัจฉริยะ และหุ่นยนต์ 

ตลอดจนการพัฒนาโมเดล AI เฉพาะทางด้านการแพทย์ขนาด 1.7 พันล้าน และ 4 พันล้านพารามิเตอร์ รวมถึงระบบแปลภาษาท้องถิ่นของแอฟริกาที่รองรับถึง 19 ภาษา 

ทั้งนี้ Paolo Ardoino ย้ำว่ากระแสเงินสดและกำไรมหาศาลของ Tether คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีโอเพนซอร์สเหล่านี้แจกจ่ายให้คนทั่วไปใช้งานได้ฟรีอย่างยั่งยืนในระยะยาว 

ที่มา : crypto.news


มุมมองผู้เขียน : Tether กำลังเปลี่ยนจากผู้ออกสเตเบิลคอยน์ธรรมดาให้กลายเป็นกลุ่มทุนที่ถือสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งทองคำ พันธบัตร และ Bitcoin ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นทุกไตรมาส หากกำไรยังไหลเข้าต่อเนื่อง การสะสม Bitcoin เพิ่มน่าจะเป็นเรื่องที่เห็นได้อีกในรายงานไตรมาสถัดไป