<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สมาคมบล็อกเชนยุโรปเปิดตัว Asia Blockchain Hub ดันอุตสาหกรรมคริปโตในเอเชีย

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ด้วยศักยภาพของ Cryptocurrency และ Blockchain ทำให้ประเด็นดังกล่าวนั้นเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นไปทั่วโลก ล่าสุดได้มีงาน Euro-Asia Blockchain Hub ในวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นงานเปิดตัว Asia Blockchain Hub โดยมี European Blockchain Hub เป็นผู้สนับสนุน และมีการลงนามสัญญา MoU พร้อมทั้งมี Speaker จากโปรเจกต์ดัง ๆ เช่น NEM มาเป็นแขกรับเชิญในงานอีกด้วย

European Blockchain Hub ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือกันของประเทศในยุโรปจำนวน 22 ประเทศ ในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์ที่จะร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม Blockchain

อ้างอิงจากนาย Blaz Golob เขากล่าวเพิ่มเติมถึงความสำคัญของ Blockchain Hub ในทวีปเอเชียว่า:

“เช่นเดียวกันกับการก่อตั้ง Asia Blockchain Hub พวกเรามีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกประเทศสามารถเข้าถึงและพัฒนาอุตสาหกรรม Blockchain รวมถึงการร่วมมือกันของโปรเจกต์ Blockchain ระหว่างประเทศ”

สาเหตุที่เลือกประเทศมาเลเซียเป็นศูนย์ที่ตั้งของ Blockchain Hub ในเอเชียนั้น เนื่องจาก European Blockchain Hub เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรม Blockchain ในประเทศมาเลเซียมีศักยภาพอย่างมาก รวมทั้งมาเลเซียมีผู้คนที่มีความสามารถด้าน Blockchain อยู่มากเช่น นาย Matthew Tan นักพัฒนา Etherscan และ นาย Bobby Ong ผู้ร่มวก่อตั้ง Coingecko ก็เป็นชาวมาเลเซียเช่นกัน

นาย Rex Yeap ผู้ก่อตั้ง Asia Blockchain Hub และสมาชิกที่ปรึกษาของ European Blockchain Hub กล่าวว่า:

“เราเชื่อว่าการที่อุตสาหกรรมใดก็ตามที่จะมีอนาคตในระยะยาว การได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ธนาคาร Negara เผยว่าพวกเขาเปิดรับและสนับสนุน โดยการเป็นผู้ริเริ่มในภูมิภาคที่แสดงความตั้งใจที่จะทำให้ Cryptocurrency ถูกกฎหมาย ด้วยเหตุนั้น ทำให้เรามีความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในประเทศมาเลเซีย”

นอกจากนี้นาย Rex Yeap มีความเห็นเกี่ยวกับ Cryptocurrency และตอบคำถามเกี่ยวกับสถานะของมันว่าเป็นการปฎิวัติ:

“เป็นคำถามที่หลาย ๆ คนยังคงสงสัยกันอยู่ว่า ควรจะพิจารณา Cryptocurrency ว่าเป็นอะไร หากลองมองย้อนกลับไปในอดีตสำหรับตัวกลางในการชำระเงิน มันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตอนแรกที่แลกเปลี่ยนกันด้วยทองแดง, ทอง, ธนบัตร, เงินออนไลน์ จนปัจจุบัน กำลังจะกลายเป็น Cryptocurrency ผมจะพิจารณาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นทุก ๆ 100 ปี การที่จะพิจารณาว่ามันเป็นอะไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับว่า ผู้ใช้งานใช้มันอย่างไรก็ ซึ่งมันสามารถเป็นได้ทั้งตัวกลางในการชำระเงินหรือหลักทรัพย์ ซึ่งผมคิดว่ามันล้ำมาก”

การจับมือดังกล่าวนับว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญของอุตสาหกรรม Blockchain และ Cryptocurrency ทั่วโลก ในอนาคต คาดว่าจะมีการร่วมมือกันของโปรเจกต์ระหว่างประเทศรวมทั้งรัฐบาลเพื่อสร้างและส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เติบโตมากขึ้นในอนาคต

หมายเหตุ: การลงทุนในตัวเหรียญ Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทางสยามบล็อกเชนจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียในทุกกรณี บทความนี้เป็นบทความสปอนเซอร์

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น