Bitcoin กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสของปี 2025 ด้วยราคา BTC ที่เคลื่อนไหวอยู่แถว 93,000 ดอลลาร์ หลังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ข้อมูล On-Chain จาก 4 กราฟสำคัญแสดงให้เห็นสัญญาณว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงท้ายของการปรับฐาน แต่ยังขาดปัจจัยบวกที่จะกระตุ้นให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างชัดเจน
ภาพรวมของตลาดในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ผู้ซื้อหน้าใหม่กำลังขาดทุนอย่างหนัก, เจ้ามือกลุ่มใหม่กำลังยอมจำนนเทขาย และปัจจัยมหภาคยังคงกำหนดทิศทางราคา แม้ว่าแรงซื้อในตลาด Spot จะเริ่มค่อยๆ กลับมาก็ตาม
1. ผู้ถือครองระยะสั้น (STH) “ติดดอย” หนักสุดในรอบปี
กราฟแรกชี้ชัดว่าผู้ถือครองระยะสั้น (STH) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ซื้อเหรียญในช่วงที่ผ่านมา กำลังขาดทุนเฉลี่ยถึงประมาณ -10% ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงที่ขาดทุนหนักที่สุดของปีนี้
ขณะที่ Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของ STH ทั้งหมด แม้ในช่วงต้นปี 2025 นักลงทุนกลุ่มนี้จะเคยทำกำไรได้กว่า 15–20% การขาดทุนหนักนี้เอง ที่ส่งผลให้คนติดดอยจะขายใส่ทุกครั้งที่ราคาเด้งขึ้นเพื่อต้องการขายเอาทุนคืนมา ซึ่งทำให้เกิดเป็นแนวต้านสำคัญที่จำกัดการดีดตัวของราคา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า การขาดทุนที่ลึกและยาวนานแบบนี้ มักเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นักลงทุนระยะสั้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก และแรงขายกำลังจะหมดลง โดยสัญญาณการกลับตัวที่แท้จริงคือ เมื่อราคาต้องกลับมายืนเหนือต้นทุนเฉลี่ยของ STH ได้อย่างเด็ดขาด
2. เจ้ามือหน้าใหม่ “ยอมจำนน” ขาดทุนรวม 386 ล้านดอลลาร์
กราฟที่สองแสดงให้เห็นถึงการเทขายครั้งใหญ่ เมื่อเจ้ามือหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสะสมเหรียญ ยอมรับผลการขาดทุนรวมถึง 386 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว ซึ่งเป็นแท่งลบขนาดใหญ่ที่บ่งชี้ถึงการ “ยอมจำนน” ของผู้เล่นที่มักซื้อด้วย Leverage

การถูกล้างพอร์ตลักษณะนี้ ถือเป็นเรื่องปกติในช่วงท้ายของการปรับฐาน และมีข้อดีในระยะกลาง เพราะเป็นการถ่ายโอนเหรียญจากมือที่อ่อนแอไปสู่มือที่แข็งแกร่งกว่า ทำให้ฐานผู้ถือครอง Bitcoin มีคุณภาพและยืดหยุ่นมากขึ้นในอนาคต
3. ปัจจัยมหภาค: Real Yields ยังคงเป็นแรงกดดันหลัก
กราฟที่สามยืนยันว่า สภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังคงกุมชะตา Bitcoin โดย Real Yields หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปีที่ปรับด้วยเงินเฟ้อ ในรูปแบบกลับหัวยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคา BTC ตลอดปี 2025 ตั้งแต่ปลายฤดูร้อน

Real Yields ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงลง ซึ่งแสดงว่าตราบใดที่ตลาดพันธบัตรยังไม่ส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินอย่างชัดเจน การฟื้นตัวของ BTC ก็ยังต้องเผชิญกับแรงต้านจากปัจจัยมหภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
4. สัญญาณบวก : แรงซื้อจาก Spot Taker กลับมาคุมเกม
กราฟสุดท้ายที่น่าสนใจคือ ค่า Cumulative Volume Delta (CVD) ของ Spot Taker ซึ่งวัดปริมาณคำสั่งซื้อขายแบบไล่ราคา หลังจากตลาดถูกครอบงำด้วยแรงเทขายแบบไล่ราคาเช่นเดียวกันมาหลายสัปดาห์
ตอนนี้สัญญาณได้พลิกกลับจากฝั่งผู้ซื้อกลายเป็นฝ่ายผู้คุมเกม โดยมีแท่งสีเขียวกลับมาแสดงอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงช่วงต้นที่สำคัญ และเป็นสัญญาณแรกที่บ่งชี้ว่าค วามต้องการซื้อจริง (Real Demand) กำลังกลับเข้ามาดูดซับอุปทานในตลาด Spot
สรุป
เมื่อพิจารณาจากทั้ง 4 กราฟ นักวิเคราะห์สรุปว่า Bitcoin ยังคงอยู่ในช่วงท้ายของการปรับฐาน โดยแนวโน้มยังคงแกว่งตัวในกรอบค่อนไปทางลบเล็กน้อยแถว 90,000 ดอลลาร์ และมีความเป็นไปได้ที่จะร่วงลงไปทดสอบช่วง 80,000 ดอลลาร์ หากปัจจัยมหภาคยังคงตึงตัว
การเปลี่ยนทิศเป็นขาขึ้นที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเห็น 3 สัญญาณสำคัญพร้อมกัน คือ ราคาต้องกลับมายืนเหนือต้นทุนเฉลี่ยของ STH, Real Yields ต้องลดลง, และแรงซื้อแบบไล่ราคาต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะครบถ้วน นักเทรดคริปโตควรระมัดระวัง และมองช่วงเวลานี้เป็นโซนสำหรับการวางแผนระยะยาวมากกว่าการเดิมพันที่เสี่ยงสูงในระยะสั้น
ที่มา:beincrypto

