เตรียมตัวลุ้นระทึกกันคืนนี้ (14 ม.ค.) เพราะศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีนัดเผยแพร่คำพิพากษาชุดใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็นคดีที่ตัดสินชะตากรรม “กำแพงภาษีนำเข้า” ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งปูพรมเก็บภาษีคู่ค้าทั่วโลกแบบไม่สนลูกใครมาตั้งแต่ปีก่อน
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีกำหนดการเผยแพร่คำพิพากษาชุดใหม่ในวันนี โดยเว็บไซต์ของศาลสูงสุดระบุเพียงว่า คณะผู้พิพากษาจะดำเนินการอ่านคำตัดสินในคดีที่ผ่านการไต่สวนแล้ว เมื่อขึ้นนั่งบัลลังก์ตามกำหนดการในวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าว่า ศาลจะหยิบยกคดีใดขึ้นมาตัดสิน
ทำไมรอบนี้ถึงน่ากลัว?
เรื่องของเรื่องคือ ทรัมป์อาศัยกฎหมายอำนาจฉุกเฉิน (IEEPA) มาสั่งขึ้นภาษีโดยอ้างเรื่องความมั่นคง แต่ดันถูกกลุ่มธุรกิจและ 12 รัฐรวมหัวกันฟ้องว่า “ทำเกินไป” จนศาลชั้นต้นสั่งเบรกมาแล้ว รอบนี้ถ้าศาลสูงสุดตัดสินว่า “ผิดจริง” อาจเป็นเรื่องใหญ่
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจและ 12 รัฐ (ส่วนใหญ่เป็นเดโมแครต) ได้ยื่นฟ้องคัดค้าน โดยศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษาว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต จนนำมาสู่การพิจารณาในชั้นศาลสูงสุด ซึ่งในการไต่สวนเมื่อเดือนพฤศจิกายน แม้แต่ผู้พิพากษาฝั่งอนุรักษนิยมยังแสดงท่าทีกังขาต่อความชอบธรรมของภาษีทรัมป์
ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ “จะเกิดหายนะ” หากเขาแพ้คดี
ล่าสุด ทรัมป์ออกมาโพสต์ผ่าน Truth Social เตือนว่า ถ้าภาษีนี้ถูกปัดตก สหรัฐฯ จะเจอหายนะครั้งใหญ่ เพราะรัฐบาลอาจต้องควักกระเป๋า “คืนเงินภาษี” ให้กับบรรดาบริษัทที่จ่ายไปแล้ว สูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 5 ล้านล้านบาท) ทรัมป์ย้ำชัดว่า “มันเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ” ที่จะคืนเงินมหาศาลขนาดนี้ แถมจะทำให้การคลังของประเทศพังพินาศโกลาหลสุดๆ
ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคำพิพากษาศาลสูงสุดอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์ 2.0
ที่มา: theguardian,reuters

