<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เปิดเกณฑ์ ‘ใบอนุญาตคริปโตเวียดนาม’ ทุนจดทะเบียนหมื่นล้าน! คัดเฉพาะยักษ์ใหญ่คุมตลาด

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการคริปโตของเวียดนาม ดูเหมือนจะเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อรัฐบาลเล็งเปิดให้กระดานเทรดสามารถขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจได้แล้วแต่ก็แลกมากับกำแพงทุนจดทะเบียนที่สูงถึง 10 ล้านล้านดอง หรือ 1.2 หมื่นล้านบาท

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งรัฐ (SSC) เปิดเผยว่า ได้เริ่มเปิดรับคำขอรับใบอนุญาตตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ภายใต้ระเบียบปฏิบัติทางบริหารชุดใหม่ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง เพื่อบังคับใช้มติที่ 05/2025/NQ-CP ว่าด้วยการนำร่องเปิดตลาดคริปโตเคอร์เรนซีของประเทศ

ภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ ผู้สมัครจำเป็นที่จะต้องมีทุนจดทะเบียนเทียบเท่า 1.2 หมื่นล้านบาท ควบคู่ไปกับข้อกำหนดที่เข้มงวดด้านสัดส่วนการถือหุ้น, การจัดจ้างบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ เฉพาะวิสาหกิจของเวียดนามเท่านั้นที่มีสิทธิ์ยื่นขอใบอนุญาต โดยมีการจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในกระดานเทรดที่ได้รับอนุญาตไว้ไม่เกิน 49%

แนวทางนี้แตกต่างจากศูนย์กลางด้ทนการเงินระดับภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชีย เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งมีการกำหนดเงินทุนขั้นต่ำที่ค่อนข้างน้อยกว่า แต่จะเน้นไปที่การกำกับดูแลที่เข้มงวดและใกล้ชิดแทน

Remitano กระดานเทรดที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ 2014 ในเวียดนาม เปิดเผยว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งและสถานะของเวียดนามในการเป็นฮับของบล็อกเชนในภูมิภาคเอเชีย

อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์กว่า 10 รายได้แสดงความประสงค์ในการขอยื่นใบอนุญาตหากมีการเปิดรับ ซึ่งสถาบันการเงินใหญ่ในประเทศได้ใช้เวลากว่า 2 ปีในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับกฎระเบียบที่กำลังจะมาถึง และยังมีการจับมือกับ Tetherm U2U Network, AWS และอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกันทางฝั่งของธนาคารก็มีการเตรียมการกันแล้วเห็นได้จาก ธนาคารทหารได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Dunamu ผู้บริหารจัดการ Upbit กระดานเทรดชื่อดังของเกาหลีใต้ ในขณะที่ Techcombank ได้เปิดตัวบริษัทลูกสำหรับซื้อขายคริปโต และรวมระบบติดตามราคาคริปโตเข้ากับแพลตฟอร์มหลักทรัพย์ของตนแล้ว ส่วน VPBank ระบุว่าบริษัทมีความพร้อมด้านปฏิบัติการแล้ว และกำลังรอเพียงการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของผู้ใช้งานอาจใช้เวลาในการเปลี่ยนมากกว่ากฎหมาย โดยโฆษกของ Remitano มองว่าในช่วงแรกฐานผู้ใช้จะยังคงแตกแยก บางส่วนจะหันมาใช้เว็บเทรดในประเทศ บางส่วนจะยังคงใช้เว็บเทรดนอกประเทศ จนกว่าเว็บเทรดในประเทศจะสามารถดึงดูดใจได้มากกว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ค่าธรรมเนียม, สภาพคล่อง หรือ การบริการ

ที่มา : The Block