รายงานจากบริษัทวิเคราะห์ความปลอดภัยคริปโต Elliptic เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ธนาคารกลางอิหร่าน (CBI) ได้ตัดสินใจแอบเข้าซื้อเหรียญ Stablecoin อย่าง USDT Tether ไปแล้ว มูลค่าอย่างน้อย 507 ล้านดอลลาร์ ตลอดปี 2025
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพยุงค่าเงินเรียล (Rial) ที่กำลังอ่อนค่าอย่างรุนแรง โดยค่าเงินเรียลร่วงลงทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จนกำลังซื้อแทบจะกลายเป็นศูนย์ ในช่วงต้นปี 2026 นี้ และเพื่อรักษาช่องทางการค้ากับต่างประเทศให้ยังคงดำเนินต่อไปได้

ธนาคารกลางอิหร่านได้รับ USDT เป็นระยะๆ ตลอดปี 2025 แหล่งที่มา: Elliptic
การหันมาใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกกับค่าเงินดอลลาร์อย่าง USDT ในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ในระดับรัฐของอิหร่าน เพื่อหลีกเลี่ยงระบบธนาคารโลก และมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน ที่ทำให้การทำธุรกรรมแบบปกติเป็นไปได้ยากลำบาก

ค่าเงินเรียลอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มา: Google Finance
แม้ในทางทฤษฎีเงินเรียลจะยังมีค่าอยู่บ้าง แต่ในโลกความเป็นจริง ประชาชน และธุรกิจต่างเลิกเชื่อมั่น และเลิกใช้เงินท้องถิ่นในการออมหรือค้าขายไปแล้ว โดยหันไปพึ่งพา ดอลลาร์ ทองคำ และคริปโต แทน เพื่อรักษาทรัพย์สินส่วนตัว
นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรง ยังทำให้อิหร่านไม่สามารถใช้เงินรายได้จากการขายน้ำมันผ่านระบบธนาคารปกติได้ การหันมาใช้ Stablecoin จึงเป็นทางออกสุดท้ายที่อิหร่านใช้พยายามต่อลมหายใจทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อพุ่งทะยาน และความโกรธแค้นของประชาชนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
ข้อมูลจาก Elliptic เผยให้เห็นหลักฐานชิ้นสำคัญจากเอกสารที่รั่วไหลออกมา ซึ่งระบุว่า ธนาคารกลางอิหร่าน เริ่มต้นปฏิบัติการกวาดซื้อ USDT อย่างจริงจังถึง 2 ครั้งในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ปี 2025 โดยเลือกใช้เงิน เดอร์แฮม (AED) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการชำระเงินแทน ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นจังหวะที่เงินเรียลกำลังถูกกดดันอย่างหนัก จนตลาดเงินปั่นป่วนถึงขีดสุด
จากการแกะรอยเส้นทางธุรกรรมบนบล็อกเชนต่อจากนั้น Elliptic ยืนยันว่า นี่ไม่ใช่แค่การทำธุรกรรมชั่วคราว แต่เป็นยุทธศาสตร์การ “สะสม Stablecoin อย่างเป็นระบบ” ในระดับรัฐ เพื่อสร้างโครงสร้างการเงินสำรองแบบใหม่ ที่หลบเลี่ยงการตรวจสอบจากระบบธนาคารสากลได้อย่างแยบยล
ในช่วงแรกของการสร้างอาณาจักรเงินสำรองดิจิทัล ธนาคารกลางอิหร่าน ได้เลือกใช้กลยุทธ์พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศเป็นหลัก โดยจากข้อมูลพบว่า จนถึงกลางปี 2025 เหรียญ USDT ส่วนใหญ่จะถูกส่งตรงไปยัง Nobitex ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่าน เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการเงินทุน
โดยในเว็บเทรด Nobitex นั้น รัฐบาลสามารถเลือกที่จะถือครอง USDT ไว้ เพื่อรักษามูลค่า, แลกเปลี่ยนเป็นคริปโตสกุลอื่น ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง หรือแม้แต่เทขายกลับมาเป็นเงินเรียล เพื่อฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น
รูปแบบการใช้งานลักษณะนี้ สะท้อนชัดเจนว่า ธนาคารกลางอิหร่านกำลังใช้ USDT เป็นเหมือน “ทุนสำรองดอลลาร์นอกระบบ” ที่มีความคล่องตัวสูง สามารถแปลงเป็นเงินในโลกแห่งความเป็นจริงได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่ต้องง้อระบบธนาคารสากลที่พยายามปิดกั้นพวกเขาอยู่
อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์การเงินของอิหร่านต้องพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในเดือนมิถุนายน 2025 หลังจากที่ Nobitex กระดานเทรดคริปโตซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลัก ถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์โปรอิสราเอลที่ชื่อ Gonjeshke Darande โจมตีและขโมยเงินไปกว่า 90 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2025 เพื่อทำลายช่องทางการเลี่ยงคว่ำบาตร
เหตุการณ์นี้ทำให้ธนาคารกลางอิหร่านตัดสินใจเปลี่ยนวิธีเก็บเงินใหม่ทั้งหมด ให้มีความซับซ้อนและตามรอยยากขึ้น โดยเลิกพึ่งพาเว็บเทรดเพียงแห่งเดียว แล้วหันไปใช้เทคนิค Cross-chain bridges เพื่อโอนเงินสลับไปมาระหว่างเครือข่าย เช่น ย้ายจาก TRON ไปยัง Ethereum รวมถึงการกระจายเหรียญ ไปแลกเปลี่ยนบนกระดานเทรดแบบไร้ตัวกลาง (DEX) และกระจายตัวข้ามหลายบล็อกเชนพร้อมกัน
วิธีการที่แยบยล และกระจัดกระจายแบบนี้ ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงสิ้นปี 2025 เพื่อป้องกันไม่ให้ใครสามารถโจมตี หรืออายัดทรัพย์สินสำรองของรัฐได้ง่าย ๆ อีกต่อไป
สถานการณ์ภายในอิหร่านเริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อมีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในยุทธศาสตร์คริปโตของรัฐบาล
ที่มา : beincrypto

