ราคา Bitcoin เจอกับบททดสอบครั้งใหญ่ โดยสัปดาห์นี้ราคา Bitcoin ได้ร่วงดิ่งหลุดระดับ 93,000 ดอลลาร์ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ออกนโยบายขึ้นภาษีการค้าครั้งใหญ่กับยุโรป
ชนวนเหตุความปั่นป่วนในตลาดครั้งนี้ มาจากคำขู่ที่รุนแรง และเป็นเรื่อง “ส่วนตัว” ของประธานาธิบดีทรัมป์ เกี่ยวกับข้อเรียกร้องด้านกรีนแลนด์
โดยทรัมป์ขู่ว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้า 10% จาก 8 ประเทศพันธมิตรยุโรป เริ่มวันที่ 1 ก.พ. นี้ และอาจจะพุ่งสูงถึง 25% ในเดือนมิถุนายน หากเดนมาร์กไม่ยอมทำตามเงื่อนไข
ฝั่งยุโรปไม่ได้นิ่งเฉย เตรียมตอบโต้อย่างดุเดือด ด้วยภาษีมูลค่าสูงถึง 93,000 ล้านยูโร (หรือราว 108,000 ล้านดอลลาร์) และอาจใช้เครื่องมือทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด (ACI) เพื่อจำกัดการลงทุนและบริการของบริษัทอเมริกันด้วย
ตลาดจึงไม่ได้มองว่า นี่เป็นแค่การทะเลาะกันชั่วคราว แต่เป็น “ความแตกแยกเชิงโครงสร้าง” ของเศรษฐกิจโลก
แม้ว่าล่าสุด ทรัมป์จะออกมาประกาศยกเลิกการขึ้นภาษีกับยุโรปแล้ว หลังบรรลุดีลลับกรีนแลนด์ กับ NATO แต่ราคา Bitcoin ก็ยังผันผวนหนัก โดยปัจจุบันยังซื้อขายอยู่ที่ระดับ 90,000 ดอลลาร์ และไม่สามารถพุ่งกลับมายืนเหนือระดับ 93,000 ดอลลาร์ได้

ในทางกลับกันขณะที่ราคา Bitcoin ร่วงลงนั้น ราคาทองคำและแร่เงิน กลับพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่อย่างรุนแรง สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนที่ถ่ายโอนความมั่งคั่งของตนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เกิดความไม่แน่นอน
โดยราคาทองคำไทยพุ่งแตะระดับ 70,000 บาท เปิดตลาดขายออกอยู่ที่ 72,350 บาท และรับซื้อที่ 70,024 บาท ส่วนทองคำแท่งก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยราคาขยับขึ้นมารับซื้อที่ 71,450 บาท และขายออกที่ 71,550 บาท สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตลาดลงทุนไทย ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

เหตุการณ์นี้กลายเป็นข้อพิสูจน์ที่เจ็บปวด สำหรับแนวคิดที่ว่า “Bitcoin คือทองคำดิจิทัล” เพราะในยามวิกฤตที่ตลาดเกิดอาการกลัว นักลงทุนกลับเลือกขาย Bitcoin ออกมาก่อน เหมือนเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่สภาพคล่องสูง เพื่อถือเงินสดหรือทองคำแทน
สิ่งนี้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้นักลงทุนสถาบันว่า แม้ Bitcoin จะป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวได้ แต่ในชั่วโมงแรกของวิกฤตที่ทุกคนต้องการความปลอดภัย และสภาพคล่อง Bitcoin จะยังคงเป็นที่พึ่งเหมือนกับทองคำได้จริงหรือไม่
ที่มา : coinmarketcal

