ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นฟ้องธนาคารยักษ์ใหญ่ JPMorgan Chase และซีอีโอ Jamie Dimon เรียกค่าเสียหายมหาศาลกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าธนาคารเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและการเมือง ด้วยการปิดบัญชีของเขาและธุรกิจในเครืออย่างไม่เป็นธรรม หรือที่เรียกว่า Debanking
ข้อกล่าวหา “บัญชีดำ” และการกลั่นแกล้ง
คำฟ้องระบุว่า JPMorgan ละเมิดนโยบายของตนเองโดยการปิดบัญชีของทรัมป์เพื่อเกาะกระแส “คลื่นทางการเมือง” โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า Jamie Dimon เป็นคนสั่งการให้สร้าง “บัญชีดำ” เพื่อส่งสัญญาณเตือนธนาคารอื่นๆ ไม่ให้ทำธุรกรรมกับตระกูลทรัมป์และองค์กรของเขา ซึ่งถือเป็นการ “เจตนาทำลายชื่อเสียง” อย่างร้ายแรง
คำชี้แจงจาก JPMorgan “เสี่ยงกฎหมาย ไม่ใช่การเมือง”
ฝั่งธนาคารออกมาปฏิเสธทันควัน โดยยืนยันว่า “เราไม่เคยปิดบัญชีใครด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือศาสนา” แต่การปิดบัญชีมักเกิดขึ้นเพราะลูกค้าสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายหรือกฎระเบียบต่อบริษัท แม้จะเสียใจที่ต้องถูกฟ้อง แต่ธนาคารมั่นใจว่าคดีนี้ “ไม่มีมูล” และพร้อมสู้คดีถึงที่สุด
เบื้องหลังความขัดแย้ง ปม “ดอกเบี้ยบัตรเครดิต”
คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะหลังจากที่ทรัมป์เสนอแผน “จำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%” ซึ่ง Jamie Dimon วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเป็น “หายนะทางเศรษฐกิจ” การฟ้องร้องครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในสมัยที่ 2 ของทรัมป์ ที่มุ่งเป้าจัดการกับธนาคารที่มีนโยบาย “Woke” หรือเลือกปฏิบัติ
ที่มา: reuters

