<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“บลจ. เอ็กซ์สปริง” เชื่อทองคำไปต่อ ! เตรียมตั้งกองทุนใหม่ ‘ทอง-บอนด์-คริปโต’ สู้โลกผันผวน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

XSpring Asset Management หรือ XSpring AM กำลังเตรียมส่งกองทุนน้องใหม่ลงสนามเพื่อตอบโจทย์การลงทุนในยุค 2026 ที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน

นาย ยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนนี้จะเน้นกลยุทธ์แบบ “กระจายความเสี่ยงขั้นสุด” ด้วยการจัดพอร์ตผสมผสานระหว่างสินทรัพย์ดั้งเดิมที่มั่นคงอย่าง ทองคำ และ ตราสารหนี้ เข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัลตัวท็อปอย่าง Bitcoin และ Ethereum 

เป้าหมายหลักคือ การช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถรับมือกับความตึงเครียดทางการเมืองโลกและวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีขึ้น โดยใช้ความแข็งแกร่งของสินค้าโภคภัณฑ์มาช่วยลดความเสี่ยง และใช้คริปโตมาช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในที่เดียว

กองทุนใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของนักลงทุนไทยโดยเฉพาะ เนื่องจากคุณสามารถซื้อขายกองทุนได้ด้วย “เงินบาท” เหมือนกองทุนรวมปกติทั่วไป แต่ทางบริษัทจะนำเงินไปลงทุนต่อใน Bitcoin และ Ethereum ผ่านกระดานเทรดระดับโลกในต่างประเทศแทน 

นาย ยศกรให้เหตุผลว่า ตลาดโลกมี “สภาพคล่องสูงกว่า” ทำให้สามารถซื้อขายได้รวดเร็วและได้ราคาที่แม่นยำกว่าการเทรดในวงจำกัดเพียงในประเทศ

อย่างไรก็ตาม นาย ยศกรยังฝากเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า ทั้งทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโต ล้วนเป็นสินทรัพย์ที่หากจะวิ่ง ก็พุ่งแรง หากจะลงก็ร่วงหนัก จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนพร้อมรับมือกับความผันผวนสูงได้เท่านั้น

โดยในปี 2026 นี้ ทองคำ กลายเป็นพระเอกที่ร้อนแรงที่สุด เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือความไม่สงบของสงครามทั่วโลก, ปัญหาเงินเฟ้อที่ยังกดดันเศรษฐกิจ และกระแสที่นานาประเทศพยายามลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลก แห่เทขายดอลลาร์แล้วเปลี่ยนไปสะสมทองคำเป็นทุนสำรองแทน 

ด้าน นายวิศรุต กิตติอาภรณ์พล นักกลยุทธ์การลงทุน บลจ. เอ็กซ์สปริง ได้ประเมินทิศทางของสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2026 ไว้อย่างน่าสนใจโดยมองว่า Bitcoin มีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่ 100,000 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum ก็มีลุ้นพุ่งไปแตะระดับ 4,800 ดอลลาร์ 

ชนวนสาเหตุหลักมาจากความวุ่นวายของเศรษฐกิจโลกที่กำลังแตกออกเป็นหลายขั้ว ทั้งความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ซึ่งถึงแม้สงครามใหญ่จะไม่เกิดขึ้นจริงเต็มรูปแบบ แต่ความตึงเครียดที่ลากยาวแบบนี้จะเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้คนแห่ไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ และมองหาทางเลือกใหม่ในคริปโตเพื่อกระจายความเสี่ยงต่อไป

กองทุนใหม่ของ XSpring AM ตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทนให้ได้มากกว่า 10% ต่อปี ด้วยการผสมผสานพลังของทองคำ คริปโต และพันธบัตรไว้ด้วยกัน แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ในช่วงแรกคาดว่า ทาง ก.ล.ต. จะอนุญาตให้ขายได้เฉพาะกลุ่ม นักลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือผู้ที่มีฐานะทางการเงินสูงตามเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม คุณ ยศกร มองว่า ในอนาคตหากมีการปลดล็อกให้ นักลงทุนรายย่อย ทั่วไปสามารถเข้าถึงกองทุน Bitcoin แบบนี้ได้ จะถือเป็นประโยชน์มหาศาล เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดการเงินไทยแล้ว ยังเป็นการขยายโอกาสให้คนไทยทุกคนมีทางเลือกในการลงทุนรูปแบบใหม่ ๆ 

นาย ยศกร ยอมรับว่าในระยะสั้น ราคาคริปโตอาจจะมีอาการ “เหวี่ยงแรง” หรือผันผวนได้ง่าย สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลทั้งในไทยและต่างประเทศกำลังเดินหน้า “กวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์” และมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ตลาดบ้างในช่วงแรก 

อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามความวุ่นวายนี้ไปในระยะยาว เขายังมั่นใจว่า โลกคริปโตจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการใช้งาน Stablecoin ที่จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจ และใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยสร้างฐานที่มั่นคงให้เศรษฐกิจดิจิทัลโตต่อไปได้

นอกเหนือจากโลกคริปโตแล้ว XSpring AM ยังเดินหน้าขยายอาณาจักรการลงทุนไปยังกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก โดยเตรียมเปิดตัว กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ ที่เน้นหนักใน ทองคำ ทองแดง และเงิน ซึ่งคาดว่า จะมาในรูปแบบกองทุนรวมที่ไปลงทุนในกองทุนอื่นอีกที (Fund of Funds) ภายในไตรมาสแรกของปี 2026 นี้

ที่มา : bangkokpost