<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

วิกฤตกระดานเทรดอินโดฯ : เว็บเทรดกว่า 72% ยังขาดทุนยับ ! แม้ยอดผู้ใช้งานโตทะลุ 20 ล้านคน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

สถานการณ์ตลาดคริปโตในอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับภาวะย้อนแย้ง แม้ว่าจำนวนผู้ใช้งานจะพุ่งสูงเกิน 20 ล้านคน ไปแล้ว แต่สำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (OJK) กลับพบว่า เว็บเทรดในประเทศที่ได้รับใบอนุญาตกว่า 72% ยังคงประสบภาวะขาดทุน ณ สิ้นปี 2025 

ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนนักลงทุน แต่อยู่ที่ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่นิยมโอนเงินออกไปเทรดบนแพลตฟอร์มต่างประเทศที่มีสภาพคล่องสูงกว่า และมีฟีเจอร์ที่หลากหลายกว่า ส่งผลให้เว็บเทรดในท้องถิ่นต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงาน และภาษี ในขณะที่รายได้จากค่าธรรมเนียมหดตัวลง จนกลายเป็นการแข่งขันที่ยากลำบากอย่างมากในปัจจุบัน

ตลาดคริปโตในอินโดนีเซีย กำลังเผชิญวิกฤต “เงินไหลออก” อย่างรุนแรง โดยมูลค่าการซื้อขายในปี 2025 หดตัวลงเหลือเพียง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ จากปีก่อนหน้าที่เคยสูงถึง 650 ล้านล้านรูเปียห์ในปี 2024 

สาเหตุหลักมาจากความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน โดย วิลเลียม ซูตานโต ซีอีโอของ Indodax ชี้ว่า เว็บเทรดในประเทศต้องแบกรับภาระภาษี และกฎระเบียบที่เข้มงวด ในขณะที่แพลตฟอร์มต่างชาติสามารถให้บริการคนอินโดนีเซียได้ผ่าน VPN และระบบธนาคารในประเทศโดยไม่ต้องเสียภาษีแบบเดียวกัน ทำให้นักลงทุนมองว่า เว็บต่างชาติมีต้นทุนต่ำกว่า และเทรดได้มีประสิทธิภาพมากกว่า 

นอกจากนี้ นักลงทุนยังบ่นถึงขั้นตอนการถอนเงินที่ยุ่งยากของเว็บท้องถิ่น รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัย หลังจากที่ Indodax เคยถูกแฮ็กในปี 2024 จึงหันไปใช้ระบบ P2P บนเว็บต่างชาติที่รวดเร็ว และเป็นส่วนตัวมากกว่าแทน

ผู้ใช้รายหนึ่งกล่าวว่า “เว็บท้องถิ่นขอเอกสารเยอะมาก ถ้าถอนเกิน 1,000 ดอลลาร์ แต่ใช้ P2P บนเว็บต่างชาติ ใช้เวลาไม่ถึงนาที”

ตลาดคริปโตอินโดนีเซียกำลังเจอศึกหนักรอบด้าน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2025 หลังจากหน่วยงาน OJK เข้ามาคุมบังเหียน ยกเลิกโครงสร้างแบบมีเว็บเทรดหลักรายเดียว และเปิดให้มีการออกใบอนุญาตใหม่ จนตอนนี้มีคู่แข่งเว็บเทรดคริปโตในประเทศมากถึง 29 แห่ง ทำให้เกิดภาวะแย่งชิงส่วนแบ่งกำไรจนแทบไม่เหลือ

ซ้ำร้ายยังโดนเว็บเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่ระดับโลกบุกตีตลาดแบบเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็น Robinhood ที่ไล่กวาดซื้อกิจการในท้องถิ่น, Bybit ที่จับมือพันธมิตรเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ และ Binance ที่คุมตลาดในอินโดฯ ผ่านบริษัทลูก Tokocrypto อยู่แล้ว 

การเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่เหล่านี้ ทำให้เว็บเทรดคริปโตในท้องถิ่นรายย่อยอยู่ยากขึ้นเรื่อย ๆ แถมรัฐบาลเองยังต้องกุมขมับ เพราะการที่นักลงทุนแอบไปใช้เว็บเทรดคริปโตนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ประเทศต้องสูญเสียรายได้ภาษีไปมหาศาลถึงปีละ 70–110 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว

วิกฤตความเชื่อมั่นของเว็บเทรดในอินโดนีเซียยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Indodax กำลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง OJK ตรวจสอบอย่างหนัก กรณีเงินของลูกค้าหายไปประมาณ 600 ล้านรูเปียห์ แม้ทาง Indodax จะยืนยันว่า สาเหตุมาจากการโจมตีลิงก์ฟิชชิ่งและการใช้กลโกงทางโซเซียลไม่ได้เกิดจากระบบความปลอดภัยของเว็บถูกเจาะโดยตรงก็ตาม 

แต่นี่คือรอยร้าวขนาดใหญ่ที่ทำให้ผู้ใช้งานเริ่มหมดศรัทธาในแพลตฟอร์มท้องถิ่นซึ่งเรื่องนี้คุณ วิลเลียม ซูตานโต ซีอีโอของ Indodax จึงต้องออกมาร้องขอให้รัฐบาลจัดการกับเว็บต่างชาติที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังเสียที เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม พร้อมย้ำว่า ทางออกเดียวที่จะรอดได้คือหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการต้องหันมาจับมือกันสร้างระบบนิเวศในประเทศให้แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือมากกว่านี้

ที่มา  : beincrypto