bitkub-banner

เปิดสาเหตุ! ราคา Bitcoin ร่วงลงแรงสุดในรอบ 1 ปี โอกาสซื้อหรือถึงเวลาขาย?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

ตลาดคริปโตทั่วโลกเข้าสู่โหมด Panic อย่างสมบูรณ์ หลัง Bitcoin ดิ่งนรกหลุดแนวรับสำคัญ ลงไปแตะระดับ $74,600 (และล่าสุดไหลลงมาที่ $76,400) ทำจุดต่ำสุดในรอบหนึ่งปี ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมสูญเสียเม็ดเงินไปกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์  

สถานการณ์ล่าสุดในวันนี้ (2 ก.พ.) เรียกได้ว่า “บ้าคลั่งแบบสุดขีด” ตามที่สื่อต่างประเทศรายงาน เมื่อแรงเทขายมหาศาลทำให้นักเทรดฝั่ง Long ถูกล้างพอร์ตไปกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ และนี่คือ 3 ปัจจัยมรณะ ที่เป็นสาเหตุเบื้องหลังการทุบตลาดครั้งประวัติศาสตร์

1. ภัยสงครามปะทุ! สหรัฐฯ-อิหร่าน ตึงเครียดหนัก

ปัจจัยแรกที่จุดชนวนความกลัวคือ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากที่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการยกระดับความตึงเครียดทางทหารระหว่าง สหรัฐฯ และ อิหร่าน ขึ้นอย่างเฉียบพลัน

เหตุการณ์นี้ทำลายทฤษฎี “Bitcoin คือหลุมหลบภัย (Safe Haven)” ไปจนหมดสิ้น เพราะเมื่อเกิดภัยสงคราม นักลงทุนกลับเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์ทุกอย่างรวมถึง Bitcoin เพื่อถือเงินสดแทน โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่สภาพคล่องต่ำ Bitcoin จึงกลายเป็น “ตู้ ATM ของโลก” ที่ถูกถอนเงินออกไปโปะความเสียหายในพอร์ตอื่นๆ

2. เอฟเฟกต์ “Kevin Warsh” ทุบทองคำและคริปโตฯ 

ไม่ใช่แค่คริปโตฯ ที่เจ็บหนัก! ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็เจอหายนะเช่นกัน โดย ทองคำ ร่วงลง 9% และ แร่เงิน ดิ่งลงกว่า 26% ในวันเดียว

สาเหตุหลักมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง ขานรับข่าวการเสนอชื่อ Kevin Warsh ขึ้นเป็นประธาน FED คนใหม่ ซึ่งตลาดตีความว่านโยบายการเงินจะเข้มงวดขึ้น ทำให้สินทรัพย์ Hard Assets (ทอง, เงิน, Bitcoin) มีราคาแพงเกินไปสำหรับนักลงทุนต่างชาติ นำไปสู่การลดความเสี่ยงครั้งใหญ่ทั่วทุกตลาด

3. กับดัก Liquidation และฝันร้ายของ Michael Saylor

เมื่อราคาร่วงลงมาถึงจุดวัดใจ กลไกตลาดก็เริ่มพังทลาย ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่ามีสัญญา Long Position ถูกล้างพอร์ตไปกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เกิด Domino Effect ยิ่งราคาลง ระบบยิ่งบังคับขาย วนลูปไม่จบสิ้น

ที่น่ากังวลที่สุดคือ ราคา Bitcoin ได้ร่วงลงไปต่ำกว่า $76,037 ซึ่งเป็นราคาต้นทุนเฉลี่ยของ MicroStrategy บริษัทของเจ้าพ่อ Bitcoin อย่าง Michael Saylor ทำให้พอร์ตของเขาตกอยู่ในสถานะขาดทุน  

แม้สื่อข่าวหลายสำนักยืนยันว่า Saylor จะไม่โดน Margin Call แน่นอน (เพราะไม่ได้เอาเหรียญไปค้ำประกัน) แต่ตลาดก็กังวลว่า “MicroStrategy อาจหมดกระสุน” ไม่สามารถระดมทุนราคาถูกมาช่วยพยุงราคาตลาดได้อีกต่อไป ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและแห่ซื้อประกันความเสี่ยง (Put Options) กันจ้าละหวั่น

ข้อมูล On-Chain แฉ! รายย่อยหนีตาย แต่ “เจ้ามือ” กำลังเก็บของ?

ท่ามกลางกองเลือด ยังมีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนอยู่ ข้อมูลจาก Glassnode เผยให้เห็นพฤติกรรมที่สวนทางกันชัดเจน:

  • รายย่อย : กลุ่มที่ถือต่ำกว่า 10 BTC กำลังเทขายแบบยอมแพ้ เพราะทนขาดทุนจากจุดสูงสุดไม่ไหว
  • เจ้ามือรายใหญ่ : กลุ่มที่ถือมากกว่า 1,000 BTC กลับเริ่มมีการ “สะสมของ” เพิ่มขึ้นเงียบๆ ในระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2024

สรุป: ตลาดกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่คล้ายกับ “Crypto Winter 2022” นักลงทุนควรจับตาดูสถานการณ์สงครามและค่าเงินดอลลาร์อย่างใกล้ชิด เพราะหาก Bitcoin ยืนเหนือ $75,000 ไม่ไหว เราอาจได้เห็นการ “Reset” ตลาดคริปโตครั้งใหญ่เพื่อล้างฟองสบู่รอบนี้ให้หมดไป

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง บทความนี้เป็นเพียงการสรุปข่าวและสถานการณ์ตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

ที่มา: CoinDesk