ลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย คณะกรรมาธิการเกษตรแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset Market Structure Bill ด้วยคะแนนเสียง 12 ต่อ 11 เตรียมผลักดันเข้าสู่เฟสถัดไป
แม้ว่าจะยังมีความไม่ลงรอยกัน แต่สมาชิกจากทั้งสองพรรคยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเจรจาแบบประนีประนอมกันต่อไปเพื่อให้เกิดข้อตกลงที่ยอมรับได้จากทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายฉบับของคณะกรรมาธิการเกษตรฯ นี้ จะต้องถูกนำไปไกล่เกลี่ยเนื้อหากับร่างของคณะกรรมาธิการการธนาคารให้ลงตัวเสียก่อน ถึงจะสามารถส่งเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ได้
ในขณะที่สภากำลังเดือด ทางฝั่งทำเนียบขาวก็ไม่นิ่งนอนใจ โดยสภาโยบายคริปโตแห่งทำเนียบขาวได้เปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับตัวแทนจากทั้งฝั่งคริปโต และธนาคารเพื่อหารือเรื่องโครงสร้างตลาด โดยหนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันคือเรื่อง ผลตอบแทนของ Stablecoin ที่ยังคงเป็นข้อพิพาทสำคัญ
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่าง SEC และ CFTC ยังได้ส่งสัญญาณในการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยระบุว่า “โปรเจกต์ คริปโต” จะเป็นโครงการภายใต้การดูแลของทั้งสองหน่วยงาน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของตลาดว่า การเทรด, การชำระบัญชี และการเก็บรักษาสินทรัพย์ นั้นเชื่อมโยงกันข้ามสินทรัพย์และเทคโนโลยี
ในประเด็นด้านอื่นๆ เช่น ตลาดพยากรณ์ ประธาน CFTC อย่าง Michael Selih ได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกกฎระเบียบเกี่ยวกับ สัญญาพยากรณ์เหตุการณ์ และทบทวนคดีความที่ยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาล
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารของ SEC ยังได้ออกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเค็น และระบุว่าคณะกรรมการกำลังประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายหุ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน
ปิดท้ายด้วยข่าวใหญ่ระดับมหภาค ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนต่อไป ขณะที่ทาง CFTC ก็ได้ ไทเลอร์ แบดจ์ลีย์ เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาทั่วไป ประจำหน่วยงาน ซึ่งนักลงทุนต้องมาติดตามกันต่อว่าหัวเรือใหม่ของเฟดจะมีทิศทางอย่างไรกับตลาดคริปโตถัดจากนี้
ที่มา : paulhastings

