สื่อข่าวกระแสหลักอย่าง CNBC พาไปเปิดใจคู่รักชาวแคนาดาที่สามารถเปลี่ยนเงินเก็บก้อนแรกจากการทำงาน ให้กลายเป็นพอร์ตคริปโตระดับสิบล้าน แต่เจ้าตัวลั่น “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทำแบบนั้นอีก” เผยเบื้องหลังความสำเร็จที่แลกมาด้วยความเสี่ยงระดับวัดดวง พร้อมคำเตือนที่นักลงทุนมือใหม่ต้องฟัง
เรื่องราวที่ดูเหมือนฝันของนักลงทุนหลายคน เกิดขึ้นจริงกับ Sebastian Marquez หนุ่มวัย 28 ปี และภรรยา Julia Marquez วัย 26 ปี คู่รักชาวแคนาดา ที่ทั้งคู่ต่างไม่เคยทำงานประจำที่มีรายได้สูงถึงระดับหกหลักมาก่อน
แต่ปัจจุบันพวกเขากลับมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกันกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 30 ล้านบาท โดยความมั่งคั่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในตลาดคริปโตฯ

ย้อนกลับไปในปี 2019 ตอนที่ Sebastian อายุเพียง 20 ต้นๆ เขาทำงานที่ Walmart ควบคู่ไปกับการหารายได้เสริมจากการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุดในชีวิต ด้วยการแบ่งเงินประมาณ 10% ของทรัพย์สินที่มีในตอนนั้น คิดเป็นประมาณ 800,000 บาท เข้าซื้อ Bitcoin และ Ethereum
และผลลัพธ์ที่ได้นั้นเกินคาด ข้อมูลจากเอกสารทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2025 ที่ตรวจสอบโดย CNBC Make It ระบุว่า มูลค่าพอร์ตคริปโตของพวกเขาเติบโตขึ้นทะลุ 12 ล้านบาท โดย Bitcoin พุ่งขึ้นราว 2,000% และ Ethereum พุ่งแรงถึง 2,500% ในช่วงเวลาเพียง 6 ปี
แต่เบื้องหลังตัวเลขสวยหรู ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ Sebastian เปิดใจยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เมื่อมองย้อนกลับไป ผมคงจะไม่ตัดสินใจลงทุนแบบนั้นอีก” พร้อมเล่าถึงความกังวลในช่วงเริ่มต้นว่า ธรรมชาติของตลาดคริปโตที่มีความผันผวนสูงทำให้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ
Sebastian กล่าวเน้นย้ำว่า “มันคือการพนันที่เราตัดสินใจที่จะเสี่ยงกับมันในตอนนั้น และโชคดีที่มันให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า… แต่ผลลัพธ์มันอาจจะออกมาในทิศทางตรงกันข้ามก็ได้”
ด้วยประสบการณ์ที่ได้จากการลงทุนคริปโตฯ ปัจจุบันสามีภรรยาคู่นี้ จึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนใหม่ โดยหันมาแบ่งรายได้ต่อเดือนประมาณ 15% ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่าง กองทุนดัชนี (Index Funds) แทนการทุ่มเงินลงในคริปโตเพียงอย่างเดียว
กรณีศึกษาของ Sebastian สอดคล้องกับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ จากรายงานปี 2025 ของ YouGov ที่สำรวจนักลงทุนกว่า 13,000 ราย พบว่า 42% ของนักลงทุน Gen Z (อายุ 18-27 ปี) มีการถือครองคริปโต ซึ่งมากกว่าการถือครองกองทุน ETF (11%) และหุ้นรายตัว (26%) อย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กล้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม Patrick Huey นักวางแผนทางการเงิน เตือนว่านักลงทุนควรไตร่ตรองให้หนักก่อนทุ่มเงินก้อนโต เพราะคริปโตไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ไม่มีการจ่ายปันผล และมีความผันผวนรุนแรง ขณะที่ Jaime Bosse ที่ปรึกษาอาวุโสจาก CGN Advisors แนะนำว่า หากอยาก “ลอง” ควรจำกัดสัดส่วนไว้ ไม่เกิน 5% ของพอร์ตเท่านั้น
สำหรับ Sebastian และ Julia แม้พวกเขาจะยืนยันว่า ไม่มีแผนจะซื้อคริปโตเพิ่ม แต่ก็จะยังถือครองสินทรัพย์ที่มีอยู่ต่อไป
Sebastian กล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมหวังว่าจะได้เริ่มทำเร็วกว่านี้ คือการลงทุนใน Index Funds แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็มีความสุขมากกับผลลัพธ์ที่ออกมาในตอนนี้”
ที่มา: cnbc

