สรุปข่าว
- Michael Saylor ส่งสัญญาณว่า MicroStrategy (MSTR) เตรียมประกาศซื้อ Bitcoin ครั้งที่ 99 ในเร็วๆ นี้ โดยใบ้ว่าจำนวนที่ซื้อน่าจะมากกว่ารอบที่ 98 ที่ซื้อไป 1,142 BTC
- ปัจจุบัน MSTR ถือครอง Bitcoin มหาศาลถึง 714,644 BTC ด้วยต้นทุนเฉลี่ยที่ $76,056 ต่อเหรียญ
- จากกราฟล่าสุด พอร์ตของ MSTR กำลังเผชิญกับการขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Loss) ประมาณ -7.50% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคา BTC ปัจจุบันต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย
- ชุมชนคริปโตแห่แซวพฤติกรรมการซื้อของบริษัทว่ามักเกิดขึ้นในช่วงที่ราคากำลังทำจุดสูงสุดเสมอ (Buy high)
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Neutral
แม้ข่าวการซื้อของ MSTR จะแสดงถึงความเชื่อมั่นระยะยาว แต่พฤติกรรมการซื้อที่ถูกมองว่าเป็นการไล่ราคาอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นตลาดในระยะสั้นมากนัก ท่ามกลางบรรยากาศที่พอร์ตระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ของพวกเขากำลังติดลบ
สร้างความฮือฮาให้ชาวคริปโตอีกครั้ง เมื่อ Michael Saylor ผู้ก่อตั้งและหัวหอกคนสำคัญของ Strategy (MSTR) ได้ออกมาทวีตข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า “99 > 98”
นักลงทุนในโลกโซเชียล โดยมีการตีความตรงกันว่า นี่คือการส่งสัญญาณว่า MSTR กำลังจะประกาศการเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งที่ 99 อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ และจำนวนที่ซื้อน่าจะมากกว่ารอบที่ 98 ซึ่งในรอบนั้นพวกเขาเก็บของไป 1,142 BTC
เปิดพอร์ตเจ้ามือเบอร์หนึ่ง: ต้นทุน $76,056 ดอยอยู่เบาๆ 7.5%
ภาพกราฟที่แนบมาพร้อมกับข้อมูลอัปเดตถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เผยให้เห็นสถานะพอร์ตที่น่าทึ่งและน่าหวาดเสียวในเวลาเดียวกัน ปัจจุบัน MSTR ถือครองเหรียญทั้งหมด 714,644 BTC ด้วยต้นทุนเฉลี่ยที่ 76,056 ดอลลาร์ต่อเหรียญ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันพอร์ตระดับโลกพอร์ตนี้กำลังเผชิญหน้ากับตัวเลขสีแดง โดยมี Unrealized Loss อยู่ที่ -7.50% หรือคิดเป็นเงินที่หายไปราวๆ 4 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าราคา Bitcoin ในปัจจุบันได้หลุดลงมาต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย
ชุมชนคริปโตแห่แซว: “ราชาสายดอย” หรือ “วิสัยทัศน์พันล้าน”?
เมื่อกราฟประวัติการเข้าซื้อของ MSTR ถูกกางออกมาให้เห็นชัดๆ จุดวงกลมขนาดใหญ่ที่แทนปริมาณการซื้อกลับไปกระจุกตัวอยู่ตรงบริเวณยอดดอยของกราฟราคาเสมอ
สิ่งนี้ทำให้เกิดกระแสการแซวอย่างสนุกสนานในชุมชนคริปโต โดยหลายความเห็นต่างตั้งคำถามเชิงหยอกล้อว่า ทำไมบริษัทถึงชอบไล่ซื้อในช่วงที่ราคากำลังพุ่งทะยาน (Pump) และมักจะไม่มีการเข้าซื้อเลยในช่วงที่ราคาลงไปทำจุดต่ำสุด บางส่วนถึงกับยกย่องประชดประชันว่าเป็นกลยุทธ์การเทรดขั้นเทพที่ซื้อปุ๊บราคาร่วงปั๊บ
สำหรับกรณีของ Michael Saylor และ MicroStrategy ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของคำว่าความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า หลายคนอาจจะแซวว่าเขาเป็นราชาสายดอยที่ชอบซื้อของแพง แต่วัตถุประสงค์ของ MSTR ไม่ใช่การเป็นนักเทรดรายวันที่ซื้อถูกขายแพงเพื่อเอากำไรส่วนต่างระยะสั้น พวกเขามอง Bitcoin เป็นทรัพย์สินสำรองทางดิจิทัลที่มีความเหนือกว่าเงินตราปกติ การที่บริษัทไล่ซื้อมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2020 ไม่ว่ากราฟจะอยู่ตรงไหน คือการถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ระดับองค์กรที่ดุดันที่สุดในประวัติศาสตร์
ในมุมมองของผู้เขียน การที่ MSTR มีพอร์ตติดลบ 7.5% ด้วยเม็ดเงินกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ แต่ซีอีโอยังคงออกมาทวีตเตรียมซื้อเพิ่มอย่างอารมณ์ดี ให้บทเรียนสำคัญสองประการ หนึ่งคือพวกเขาไม่ได้กังวลกับราคาในวันนี้เพราะเป้าหมายอาจมองไปไกลถึง 10-20 ปีข้างหน้า และสองคือมันเป็นการสร้างจิตวิทยาหมู่ เชิงบวก การที่บริษัทยักษ์ใหญ่กล้าถัวเฉลี่ยขาลงช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนรายย่อยไม่ให้ตื่นตระหนกเทขายตาม
แม้สถิติจะชี้ว่าเมื่อบริษัทนี้ซื้อ กราฟมักจะย่อลง แต่ในระยะยาวปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลยุทธ์นี้ได้เปลี่ยนกระดานการเงินโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้กว่า 50 บริษัทมหาชนหันมาเก็บ Bitcoin ไว้ในงบดุลเช่นเดียวกัน
ที่มา: @saylor

