สรุปข่าว
- BitMine เข้าซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 45,759 ETH (มูลค่ากว่า 90 ล้านดอลลาร์) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดันยอดถือครองรวมพุ่งแตะ 4.37 ล้าน ETH
- ปัจจุบันบริษัทนำ ETH ไป Stake แล้วกว่า 3 ล้านเหรียญ สร้างผลตอบแทนรายปีกว่า 176 ล้านดอลลาร์
- Tom Lee ประธานบริษัทเปรียบเทียบความรู้สึกตลาดช่วงนี้ว่า หดหู่เหมือนตอนจุดต่ำสุดของปี 2018 และ 2022 แต่ยังมั่นใจในพื้นฐานระยะยาว
แนวโน้มส่งผลต่อราคา : Bullish
BitMine Immersion Technologies เดินหน้าสวนกระแสตลาดซบเซาด้วยการทุ่มงบกว่า 90 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 45,759 เหรียญ ซึ่งถือเป็นการเข้าซื้อรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดของปี ดันยอดถือครองรวมพุ่งแตะ 4.37 ล้าน ETH
โดยบริษัทยังได้นำเหรียญกว่า 69% ไป Staking เพื่อสร้างกระแสเงินสดรายปีกว่า 176 ล้านดอลลาร์ ด้าน Tom Lee ประธานบริษัทเปรียบเทียบความรู้สึกหดหู่ของตลาดในขณะนี้ว่าคล้ายกับจุดต่ำสุดของปี 2018 และ 2022 แต่ยืนยันว่าพื้นฐานของ Ethereum ยังแข็งแกร่งและราคาปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
ท่ามกลางบรรยากาศตลาดคริปโทฯ ที่ยังคงดูอึมครึมและไร้ทิศทางที่ชัดเจน BitMine Immersion Technologies บริษัทเอกชนที่ถือครอง Ethereum รายใหญ่ที่สุดของโลก กลับเดินหน้าสวนกระแสด้วยการเข้าซื้อเหรียญ ETH ล็อตใหญ่ที่สุดของปีนี้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้กวาดซื้อ ETH เข้าพอร์ตไปอีกถึง 45,759 ETH คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 90 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 พันล้านบาท แม้ว่าราคาเหรียญจะมีการปรับตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้า
เดินหน้าเก็บของ ไม่สนดอย
การเข้าซื้อครั้งล่าสุดนี้ส่งผลให้ BitMine ถือครอง Ethereum รวมทั้งสิ้นกว่า 4,371,497 ETH ซึ่งหากคำนวณจากราคาตลาดปัจจุบัน มูลค่ารวมจะอยู่ที่ประมาณ 8.7 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาวะตลาดหมี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทอาจกำลังแบกรับการขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss) อยู่ถึงเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์
นอกจากการสะสมเหรียญแล้ว BitMine ยังบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยการนำ ETH ไป Staking อีกจำนวนมหาศาล โดยปัจจุบันมีการ Stake ไว้กว่า 3 ล้าน ETH หรือคิดเป็น 69% ของพอร์ตทั้งหมด ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดจากผลตอบแทนรายปีให้กับบริษัทได้สูงถึง 176 ล้านดอลลาร์
Tom Lee ชี้ “ความสิ้นหวัง” คือสัญญาณซื้อ?
Tom Lee ประธานของ BitMine และ CIO ของ Fundstrat ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสภาวะตลาด โดยเขามองว่าบรรยากาศความท้อแท้ของนักลงทุนในขณะนี้ ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาที่ตลาดปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดในปี 2018 และช่วงพฤศจิกายน 2022
“ความรู้สึกของนักลงทุนตอนนี้มันดูหดหู่และสิ้นหวังสุด ๆ เหมือนกับตอน Crypto Winter ปี 2018 ไม่มีผิด” Lee กล่าว “แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ รอบนี้เราไม่เห็นการล่มสลายของยักษ์ใหญ่เหมือนครั้งก่อน ๆ มันดูเหมือนตลาดแค่ยังอ่อนแอจากแรงกระแทกด้านราคาและการลด Leverage ครั้งใหญ่เมื่อเดือนตุลาคมเท่านั้น”
เขายังทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า ราคา ETH ในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนถึงมูลค่าการใช้งานจริงและบทบาทที่จะเป็นอนาคตของการเงินโลก ทำให้บริษัทยังคงยืนยันที่จะทยอยสะสม ETH ต่อไปแม้จะอยู่ในช่วง Mini-Winter ก็ตาม
มุมมองผู้เขียน : กลยุทธ์ของ BitMine ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่า “จงกล้าเมื่อคนอื่นกลัว” การที่สถาบันใหญ่มองข้ามความผันผวนระยะสั้นและโฟกัสไปที่ Cash Flow จากการ Staking รวมถึงปัจจัยพื้นฐานของ Ethereum แสดงให้เห็นว่า เจ้ามือตัวจริงยังไม่หนีไปไหน
ที่มา : ลิงก์

