สรุปข่าว
- กลุ่มนักลงทุนที่เข้าซื้อ Bitcoin ในช่วงต้นปี 2024 เป็นกำลังหลักในการพยุงราคาที่โซน 60,000 ถึง 69,000 ดอลลาร์ โดยช่วยดูดซับแรงขายไว้ได้
- ข้อมูลจาก Glassnode ชี้ว่าตลาดยังไม่เกิดการเทขายแบบยอมจำนน แม้ผู้ถือกลุ่มนี้จะเริ่มขาดทุนกำไร แต่ยังคงถือครองสถานะไว้อย่างเหนียวแน่น
- นักเทรดชื่อดัง Roman คาดการณ์ว่าราคาจะมีการดีดตัวสั้น ๆ เพื่อปรับอินดิเคเตอร์ ก่อนจะร่วงลงไปแตะระดับ 52,000 ดอลลาร์ ในสัปดาห์หน้า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
แม้จะมีแนวรับที่แข็งแกร่งจากนักลงทุนกลุ่มเก่า แต่สัญญาณทางเทคนิคและความเชื่อมั่นของตลาดที่ลดลง บ่งชี้ว่ามีโอกาสสูงที่ราคาจะปรับตัวหลุดแนวรับสำคัญและลงไปทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ในระยะสั้น
สถานการณ์ของราชาคริปโตอย่าง Bitcoin ในช่วงนี้ดูเหมือนจะแขวนอยู่บนเส้นด้าย แม้ว่าราคาจะพยายามทรงตัวอยู่ได้ แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าความแข็งแกร่งที่เราเห็นนั้นมาจากการแบกรับตลาดของกลุ่มนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงต้นปี 2024 ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นเหมือนตาข่ายนิรภัยขนาดใหญ่ไม่ให้ราคาร่วงลงไปลึกกว่าเดิม ท่ามกลางเสียงเตือนจากนักเทรดชื่อดังที่มองว่าหายนะระลอกใหม่กำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่วันนี้

ป้อมปราการด่านสุดท้ายที่ 60,000 ดอลลาร์
Glassnode แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชื่อดัง ได้เปิดเผยข้อมูลในจดหมายข่าวประจำสัปดาห์โดยระบุว่า ราคา Bitcoin กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในโซนที่มีความต้องการซื้อหนาแน่นมาก โดยเฉพาะในช่วงราคา 60,000 ถึง 69,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนได้สะสมของกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของปี 2024
กลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ถือเป็นผู้เล่นสำคัญที่ช่วยดูดซับแรงเทขายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดไม่เกิดการพังทลายลงอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่า Capitulation แม้ว่าราคาปัจจุบันจะร่วงลงมาจากจุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ถึงกว่า 45% แล้วก็ตาม การที่พวกเขายังคงกอดเหรียญไว้แน่นแม้กำไรจะหดหายจนแทบเท่าทุน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ยังคงมีอยู่และช่วยเปลี่ยนรูปแบบตลาดจากการร่วงลงอย่างรวดเร็วให้กลายเป็นการแกว่งตัวออกข้างเพื่อสะสมพลังแทน

สัญญาณเตือนภัยจากกราฟเทคนิค
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ฐานแนวรับดูเหมือนจะทำงานได้ดี แต่มุมมองจากฝั่งนักเทรดสายเทคนิคกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง Roman นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์คริปโตชื่อดัง ได้ออกมาแสดงทัศนะผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาคาดการณ์ว่าจะได้เห็น Bitcoin มีการดีดตัวขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้นเพื่อทำการรีเซ็ตค่าอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ ก่อนที่จะทิ้งตัวลงแรงอีกครั้ง
เป้าหมายที่เขามองไว้คือระดับ 52,000 ถึง 53,000 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้าหรือราว ๆ นั้น โดยกราฟที่เขาแนบมาแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของ RSI และ MACD ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ที่บ่งชี้ว่าการเด้งขึ้นระยะสั้นนี้เป็นเพียงกับดักก่อนการลงต่อ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ในตลาดที่เริ่มหมดศรัทธาในแนวรับปัจจุบันและมองไปที่เป้าหมายต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์กันแล้ว

สถานการณ์ตอนนี้จึงเปรียบเสมือนการชักเย่อระหว่างกลุ่มผู้ถือของเดิมที่พยายามยันราคาไว้ กับแรงกดดันทางเทคนิคและจิตวิทยาตลาดที่มองลง บทสรุปของสงครามครั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และระดับ 52,000 ดอลลาร์ อาจเป็นจุดนัดพบใหม่ที่ทุกคนต้องจับตามอง
การที่ตลาดพึ่งพาผู้เล่นกลุ่มเดียวในการพยุงราคาถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวล เพราะหากราคาหลุดแนวรับจิตวิทยาที่สำคัญ แรงขายจากกลุ่มที่เคยอดทนถือไว้อาจทะลักออกมาพร้อมกันจนเกิด Panic Sell ได้ การคาดการณ์ที่ระดับ 52,000 ดอลลาร์ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์ที่ตลาดเปราะบางเช่นนี้ นักลงทุนควรเตรียมแผนรับมือความผันผวนและไม่ควรประมาทกับสัญญาณเตือนทางเทคนิคที่เกิดขึ้น
ที่มา: cointelegraph

