สรุปข่าว
- ECB เตรียมคัดเลือกพันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงิน (PSP) ต้นปี 2026 และเริ่มทดสอบนำร่อง “เงินยูโรดิจิทัล” ในช่วงครึ่งหลังปี 2027
- เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่เรื่องคริปโทฯ แต่ต้องการลดการพึ่งพาระบบบัตรต่างชาติอย่าง Visa และ Mastercard พร้อมสกัดดาวรุ่ง Stablecoin เอกชนไม่ให้กินรวบตลาด
- วางโครงสร้างราคาให้ “ถูกกว่า” Visa และ Mastercard แต่ “แพงกว่า” ระบบการเงินท้องถิ่นเล็กน้อย เพื่อรักษาสมดุลและให้แบงก์ยังอยู่ได้
แนวโน้มตลาด: Neutral
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศแผนคัดเลือกผู้ให้บริการชำระเงิน (PSP) ในไตรมาสแรกปี 2026 สำหรับเงินยูโรดิจิทัล เพื่อเริ่มทดสอบระบบนำร่องนาน 12 เดือนในช่วงครึ่งหลังปี 2027 ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์สำคัญคือ การลดพึ่งพาระบบชำระเงินต่างชาติอย่าง Visa และ Mastercard รวมถึงรับมือกับ Stablecoin ของเอกชน
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เดินหน้าเงินยูโรดิจิทัล เต็มกำลัง โดยประกาศคัดเลือกผู้ให้บริการชำระเงิน (PSP) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 เพื่อปูทางสู่การทดสอบระบบนำร่องเป็นเวลา 12 เดือนในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา Piero Cipollone สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ ECB ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว โดยระบุว่า ECB เตรียมเปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้ให้บริการชำระเงิน (PSP) ที่ได้รับใบอนุญาตในสหภาพยุโรป เพื่อเข้ามามีบทบาทในการกระจายเงินยูโรดิจิทัลสู่สาธารณะ

Cipollone เน้นย้ำว่า การเข้าร่วมโครงการนำร่องนี้จะสร้างความได้เปรียบให้กับภาคเอกชน โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของระบบปฏิบัติการหลังบ้านก่อนคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการลงทะเบียนลูกค้า, การชำระดุล รวมไปถึงการบริหารสภาพคล่อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถประเมินต้นทุนและวางแผนการลงทุนได้อย่างแม่นยำกว่าผู้ที่เข้ามาในภายหลัง
นอกเหนือจากการรับมือกับความท้าทายจากสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่อย่าง Stablecoins แล้ว ECB ยังมองว่าคู่แข่งที่สำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเครือข่ายบัตรเครดิตรายใหญ่อย่าง Visa และ Mastercard ที่ตลาดยุโรปพึ่งพามากจนเกินไป
ECB ได้วางกลยุทธ์ด้านราคาโดยจะกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมร้านค้าให้ “ต่ำกว่า” เครือข่ายการชำระเงินระหว่างประเทศเพื่อจูงใจให้เกิดการใช้งาน แต่จะรักษาระดับราคาให้ “สูงกว่า” ระบบการชำระเงินท้องถิ่นดั้งเดิมเล็กน้อย เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศการเงิน และป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบทำลายผู้ประกอบการธุรกิจท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม
มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่ต้องจับตาคือ เมื่อ “เงินยูโรดิจิทัล” ซึ่งเป็น CBDC ของรัฐบาลมาถึงจริงๆ ชะตากรรมของ Stablecoin โดยบริษัทเอกชน อย่าง USDT หรือ USDC ในตลาดยุโรปจะเป็นอย่างไร และผู้ใช้งานจะเลือกใช้งานอะไรมากกว่ากันระหว่าง Stablecoin กับ CBDC
ที่มา:cointelegraph

