สรุปข่าว
- ชาวเน็ตทึ่ง! วิดีโอฉากซีรีส์ดัง “Stranger Things” ความยาว 57 วินาทีสุดสมจริง ถูกสร้างขึ้นด้วย AI ‘Seedance 2.0’ ของ ByteDance
- คลิปดังกล่าวโชว์ศักยภาพการหั่นต้นทุนโปรดักชันฮอลลีวูดจากหลักล้านเหลือแทบจะศูนย์บาท พร้อมความต่อเนื่องของมุมกล้องและหน้าตานักแสดงที่เนียนตา
- ByteDance เริ่มเผชิญแรงกดดันทางกฎหมาย และต้องจำกัดการใช้งาน Seedance บางส่วน หลังเจอ Disney ขู่ฟ้องเรื่องการนำใบหน้านักแสดงไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
แนวโน้มผลกระทบของข่าวนี้: Bullish
ข่าวนี้ตอกย้ำถึง Use Case ของ AI ที่สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพสูงมากในวงการบันเทิง ถือเป็นปัจจัยบวก อย่างยิ่งต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และสายการผลิตคอนเทนต์ยุคใหม่ แม้ในระยะสั้นอาจมีความท้าทายด้านกฎหมายลิขสิทธิ์กดดันอยู่บ้างก็ตาม
วงการฮอลลีวูดอาจถึงคราวต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ อีกครั้ง เมื่อผู้ใช้งาน X (Twitter) นามว่า Johnn ได้โพสต์วิดีโอความยาว 57 วินาทีจำลองฉากจากซีรีส์ระดับโลกอย่าง “Stranger Things” ที่ดูสมจริงราวกับหลุดออกมาจากสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม แต่แท้จริงแล้ววิดีโอทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีชื่อว่า “Seedance 2.0” วิดีโอดังกล่าวเผยให้เห็นตัวละครหลักทั้ง Eleven, Will, Joyce และสัตว์ประหลาด Demogorgon ในฉากสุดระทึก ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดูคล้ายประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลเป็นอย่างมากถึงศักยภาพของ AI ที่อาจเข้ามา Disrupt สตูดิโอถ่ายทำแบบดั้งเดิมในไม่ช้า
Seedance 2.0 ปลดล็อกขีดจำกัด หั่นต้นทุนระดับฮอลลีวูด
ประเด็นหลักที่ทำให้วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัลและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ที่สามารถรักษารายละเอียดใบหน้าของนักแสดง และความต่อเนื่องของภาพใน Multi-shot continuity ได้อย่างยอดเยี่ยม Johnn ได้ระบุในโพสต์ของเขาว่า “ลองจินตนาการดูว่ามันช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตไปได้มากแค่ไหน ฮอลลีวูดกำลังจะโดนต้มเปื่อยแล้ว!” สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในอนาคต การสร้างผลงานระดับภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อาจไม่ต้องพึ่งพากองถ่ายขนาดใหญ่เสมอไป ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูให้คริเอเตอร์รายย่อยสามารถสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงอย่างมหาศาล
ดาบสองคม: เมื่อความสมจริงนำมาซึ่งปัญหาลิขสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำย่อมมาพร้อมกับความตึงเครียดด้านกฎหมาย เมื่อการดึงใบหน้าของนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาสร้างเป็นโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาตกลายเป็นประเด็นถกเถียงระดับอุตสาหกรรม ล่าสุดมีรายงานว่า ByteDance (บริษัทแม่ของ TikTok และผู้พัฒนา Seedance 2.0) ต้องเริ่มออกข้อจำกัดการใช้งานตัวแพลตฟอร์มบางส่วนแล้ว หลังจากถูกค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่าง Disney ขู่ดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และใบหน้านักแสดง นี่จึงเป็นจุดท้าทายสำคัญที่วงการเทคโนโลยีต้องหาจุดสมดุลร่วมกับวงการบันเทิงดั้งเดิม
สรุปแล้ว วิดีโอ Stranger Things จาก Seedance 2.0 เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า Generative AI ด้านวิดีโอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น และไม่ได้เป็นเพียงของเล่นเทคโนโลยีอีกต่อไป ในมุมมองของผู้เขียนประเมินว่า AI จะไม่ได้เข้ามา “แทนที่” ฮอลลีวูดโดยสมบูรณ์ในชั่วข้ามคืน แต่จะเข้ามาเป็น “เครื่องมือปฏิวัติ” ที่บังคับให้สตูดิโอและคนทำงานต้องรีบปรับตัว ใครที่นำ AI มาผสานกับกระบวนการทำงานได้ก่อนย่อมได้เปรียบ ทว่าท้ายที่สุดแล้ว กำแพงชิ้นใหญ่ที่สุดที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI สายวิดีโอ ไม่ใช่ขีดจำกัดทางเทคโนโลยี แต่เป็น “กฎหมายลิขสิทธิ์” ที่ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าจะตกลงกันได้ในรูปแบบใด
ที่มา: @john_my07

