สรุปข่าว
- ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมประกาศใช้ภาษีนำเข้ารอบใหม่ หลังศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินคว่ำภาษีเดิม โดยอาจใช้อำนาจตาม Section 122 และกรอบกฎหมายการค้าใหม่
- New York Times รายงานว่าทรัมป์พร้อมใช้มาตรการภาษีแบบครอบคลุมทุกสินค้า (across-the-board tariffs) เพื่อตอบโต้คำตัดสินของศาล
- นักลงทุนคริปโตควรจับตาความผันผวนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า ซึ่งอาจกระตุ้นแนวโน้ม risk-off ในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ทรัมป์เตรียมใช้ภาษีนำเข้ารอบใหม่ทันทีหลังศาลสูงสุดตัดสินคว่ำภาษีเดิม สะท้อนความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายการค้าที่สูงขึ้น ซึ่งมักกระตุ้นให้นักลงทุนถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย การตอบโต้ระหว่างฝ่ายบริหารกับศาลสูงสุดเรื่องอำนาจในการกำหนดภาษียังเพิ่มความกังวลเรื่องเสถียรภาพของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งส่งผลลบต่อตลาดหุ้นและคริปโตในระยะสั้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่หลังศาลสูงสุดสหรัฐออกคำตัดสินคว่ำนโยบายภาษีเดิมเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter อ้างอิงข้อมูล New York Times ว่าทรัมป์พร้อมใช้อำนาจตามกรอบกฎหมายการค้าใหม่ รวมถึง Section 122 เพื่อบังคับใช้ภาษีแบบครอบคลุมทุกสินค้า (across-the-board tariffs) การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความกังวลให้ตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะตลาดคริปโตที่มีความไวต่อปัจจัยมหภาคและความไม่แน่นอนทางการเมือง
ทรัมป์ไม่ยอมถอย เตรียมใช้กรอบกฎหมายใหม่
การที่ทรัมป์เตรียมประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ทันทีหลังคำตัดสินของศาลสูงสุด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารในการดำเนินนโยบายการค้าแบบเข้มงวด แม้จะเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมาย ตามรายงานของ New York Times ทรัมป์อาจใช้อำนาจตาม Section 122 ของกฎหมายการค้า ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แตกต่างจากที่ใช้ในรอบก่อนและอาจหลีกเลี่ยงข้อจำกัดจากคำตัดสินของศาล
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Goldman Sachs ชี้ศาลสูงสุดฯ ไม่อาจยุติภาษีนำเข้าได้ ทรัมป์พร้อมใช้กรอบกฎหมายใหม่ดันนโยบายต่อ ซึ่งคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้แล้ว โดยธนาคารชี้ว่าทรัมป์มีเครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ ที่สามารถใช้บังคับภาษีได้แม้จะถูกศาลตัดสิน และคาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐจะอยู่ที่ประมาณ 0.3% ต่อ GDP
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีนำเข้ามักส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อความกังวลเรื่องสงครามการค้าเพิ่มขึ้น นักลงทุนมักเลือกที่จะถอนเงินออกจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลหรือทองคำ ซึ่งเป็นแนวโน้ม risk-off ที่เห็นได้ชัดในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศคู่ค้า
การที่ทรัมป์ตอบโต้คำตัดสินของศาลสูงสุดด้วยการประกาศใช้ภาษีรอบใหม่ทันที ยังสร้างความกังวลเรื่องการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในระบบรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในวงกว้าง นอกจากนี้ ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นยังอาจกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีก สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อสินทรัพย์เสี่ยง
สถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้นหลังคำตัดสินศาล
คำตัดสินของศาลสูงสุดที่คว่ำนโยบายภาษีเดิมของทรัมป์ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนการตรวจสอบอำนาจฝ่ายบริหารจากฝ่ายตุลาการ อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์เตรียมใช้มาตรการภาษีรอบใหม่ภายใต้กรอบกฎหมายต่างออกไปแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่จบง่ายๆ นักลงทุนและนักวิเคราะห์จับตาว่ารายละเอียดของนโยบายใหม่จะเป็นอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์การค้าระหว่างประเทศอย่างไร
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานว่า ทรัมป์โต้ศาลสูงสุดฯ หลังคำสั่งคว่ำภาษีนำเข้า โดยทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินและสัญญาว่าจะหาทางดำเนินนโยบายต่อไป ขณะที่ ทรัมป์เตรียมแถลงคำสั่งศาลสูงสุดฯ ภาษีนำเข้า ซึ่งตลาดคริปโตจับตาอย่างใกล้ชิด
ส่วนตัวผมมองว่าสถานการณ์รอบนี้ค่อนข้างซับซ้อนและน่ากังวลสำหรับตลาดคริปโต การที่ทรัมป์ตอบโต้คำตัดสินศาลอย่างรวดเร็วแบบนี้สะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการดำเนินนโยบายภาษี แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองที่สูงมาก ซึ่งตลาดการเงินไม่ชอบอย่างที่สุด ผมคิดว่าในระยะสั้นเราอาจเห็นแรงขายในตลาดคริปโตจากนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะถ้าทรัมป์ประกาศรายละเอียดภาษีใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิม สิ่งที่ต้องจับตาคือว่าศาลจะตีความอำนาจตาม Section 122 อย่างไร และจะมีการท้าทายทางกฎหมายรอบใหม่หรือไม่ สำหรับคนที่ถือคริปโตอยู่ ผมแนะนำให้ติดตามข่าวนโยบายอย่างใกล้ชิด และอาจต้องเตรียมพอร์ตให้พร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า

