รัสเซียตรวจสอบผู้ก่อตั้ง Telegram ข้อหาช่วยเหลือผู้ก่อการร้าย TON อาจได้รับผลกระทบ

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัสเซียเปิดการสอบสวนพาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้ง Telegram ในข้อหาช่วยเหลือกิจกรรมก่อการร้าย
  • สื่อของรัฐรัสเซียอ้างว่า Telegram ถูกใช้โดยหน่วยข่าวกรองจากฝั่งตะวันตกและยูเครน
  • เหตุการณ์นี้สร้างความไม่แน่นอนต่อ TON Blockchain ที่ผูกพันกับ Telegram โดยตรง และชุมชนคริปโตที่ใช้แพลตฟอร์มนี้สื่อสาร

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ข่าวนี้สร้างแรงกดดันต่อ TON โดยตรง เนื่องจากบล็อกเชนดังกล่าวผูกพันกับ Telegram อย่างแน่นหนา ความไม่แน่นอนทางกฎหมายของดูรอฟอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักพัฒนาและนักลงทุนใน TON ecosystem ในระยะสั้น นอกจากนี้ยังสะท้อนความเสี่ยงที่ภาคคริปโตต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มสื่อสารที่อยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 Coin Bureau รายงานว่ารัสเซียได้เปิดการสอบสวนพาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) ผู้ก่อตั้ง Telegram ในข้อหาช่วยเหลือหรือสนับสนุนกิจกรรมก่อการร้าย โดยสื่อของรัฐบาลรัสเซียอ้างว่า Telegram กลายเป็นเครื่องมือของหน่วยข่าวกรองจากฝั่งตะวันตกและยูเครน การสอบสวนครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับแรงกดดันต่อดูรอฟอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเผยว่าตัวเองเกือบเสียชีวิตจากการถูกวางยาพิษหลังปฏิเสธคำสั่งของรัสเซีย

ภาพของ Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram ขณะกำลังพูดในงานอีเวนต์
ภาพของ Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram ขณะกำลังพูดในงานอีเวนต์ (ภาพจาก: @CoinBureau)

รัสเซียกับ Telegram ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมาตลอด

การเปิดสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน รัสเซียมีประวัติยาวนานในการพยายามควบคุม Telegram โดยเคยสั่งบล็อกแพลตฟอร์มนี้มาแล้วในอดีต ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่ารัสเซียกำลังเตรียมแบน Telegram อย่างถาวรในวันที่ 1 เมษายนนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อชุมชนคริปโต อ่านข่าวเดิม

การที่รัสเซียหยิบยกข้อหาช่วยเหลือผู้ก่อการร้ายขึ้นมาใช้กับดูรอฟถือเป็นการยกระดับความรุนแรงทางกฎหมายขึ้นอีกขั้น สื่อของรัฐอ้างว่า Telegram เป็นช่องทางที่หน่วยข่าวกรองตะวันตกและยูเครนใช้ปฏิบัติการในรัสเซีย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทาง Telegram ยังไม่ได้ออกมาตอบโต้อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ดูรอฟยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายของฝรั่งเศสจากการถูกจับกุมในปี 2024 ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม ทำให้เขาเผชิญแรงกดดันทางกฎหมายจากหลายทิศทางพร้อมกัน

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

สิ่งที่นักลงทุนคริปโตต้องจับตามองมากที่สุดจากข่าวนี้คือ TON Blockchain เนื่องจากเป็นบล็อกเชนที่พัฒนาและผูกพันกับระบบนิเวศของ Telegram โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Telegram Wallet ที่รองรับการชำระเงินด้วย Bitcoin, USDT และ TON ภายในแอป หรือ mini-app ต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์ม ความไม่แน่นอนทางกฎหมายของดูรอฟส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักพัฒนาและนักลงทุนที่วางแผนสร้างโปรเจกต์บน TON

ในวงกว้างขึ้น Telegram เป็นช่องทางสื่อสารหลักของชุมชนคริปโตทั่วโลก ทั้งกลุ่มนักเทรด ทีมโปรเจกต์ และชุมชนต่าง ๆ ล้วนใช้ Telegram เป็นฐานหลัก หากรัสเซียเดินหน้าบล็อกหรือสร้างแรงกดดันจนกระทบการดำเนินงานของ Telegram ผลกระทบจะกระจายไปยังผู้ใช้คริปโตหลายสิบล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรปตะวันออกและเอเชียที่พึ่งพา Telegram เป็นหลัก ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดที่ค่อนข้างกดดันอยู่แล้วจากความขัดแย้งด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงนี้ ข่าวนี้จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมที่ตลาดต้องรับมือ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่ากังวลมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของดูรอฟคนเดียว แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มสื่อสารที่ชุมชนคริปโตพึ่งพาอยู่นั้นยังเปราะบางต่อแรงกดดันทางการเมืองมาก ถ้าดูรอฟโดนกดดันหนักขึ้นและต้องยอมตามรัสเซีย หรือถ้า Telegram ถูกบล็อกจริง ๆ ในวันที่ 1 เมษายนตามที่มีข่าวลือ ผลกระทบต่อ TON และชุมชนคริปโตจะชัดเจนมากขึ้น สิ่งที่ต้องจับตาดูในระยะใกล้นี้คือท่าทีตอบโต้อย่างเป็นทางการจากทีม Telegram และการเคลื่อนไหวของราคา TON ซึ่งน่าจะเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของตลาดได้ดีที่สุด