สรุปข่าว
- โลกโซเชียลฮือฮา! รายงานจาก Globe Eye News ชี้ว่าทองคำมีมูลค่ารวมแซงหน้าดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็น Global Reserve เบอร์ 1 ของโลกแล้ว
- ปัจจัยหลักมาจากราคาทองคำที่พุ่งทะลุ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผสมกับการที่ Central Banks ทั่วโลกแห่ตุนทองคำกว่า 1,000 ตันต่อปีเพื่อหนีเงินเฟ้อ
- ข้อมูลจาก IMF เผยว่า USD ยังคงครองสัดส่วน 56.9% สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ชี้ให้เห็นว่าทองคำเป็นเครื่องมือ Diversify มากกว่ามาแทนที่ทั้งหมด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
สินทรัพย์ประเภท Store of Value อย่าง Bitcoin มักถูกมองว่าเป็น Digital Gold ในยุคถัดไป
ทองคำผงาด ทวงบัลลังก์ Global Reserve เบอร์ 1
วงการการเงินโลกถึงกับสั่นสะเทือนเมื่อบัญชีข่าวชื่อดังระดับโลกอย่าง Globe Eye News บนแพลตฟอร์ม X ได้ออกมาประกาศว่าทองคำได้แซงหน้าดอลลาร์สหรัฐขึ้นเป็น Global Reserve Asset ที่ใหญ่ที่สุดอย่างเป็นทางการแล้ว โดยอิงจากข้อมูลในไตรมาส 4 ปี 2025 ทองคำมีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 7.4 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีมูลค่า 6.7 ล้านล้านดอลลาร์ ปัจจัยหลักที่ผลักดันการพลิกโฉมครั้งนี้คือราคาทองคำที่พุ่งทะยานทะลุระดับ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Central Banks แห่ตุนทอง หนีตายเงินเฟ้อและลดพึ่งพาดอลลาร์
ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากพฤติกรรมของ Central Banks ทั่วโลกที่พร้อมใจกันกว้านซื้อทองคำเข้าคลังในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มากกว่า 1,000 ตันต่อปีติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2022 ข้อมูลจาก World Gold Council ชี้ชัดว่าเหตุผลเบื้องหลังการแห่ตุนทองคำครั้งมโหฬารนี้ คือความต้องการทำ Inflation Hedging การหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือกระแส De-dollarization
ดอลลาร์ยังไม่ตาย แต่บทบาทกำลังถูกท้าทาย
แม้ข่าวนี้จะจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเรื่องจุดจบของยุคดอลลาร์เป็นใหญ่ แต่ข้อมูลจาก IMF ได้ให้มุมมองว่าดอลลาร์สหรัฐยังคงครองสัดส่วนถึง 56.9% ของ Foreign Exchange Reserves นั่นหมายความว่า ในโลกของการทำธุรกรรมและการค้าระหว่างประเทศ ดอลลาร์ยังคงถูกใช้งานเป็นหลัก การพุ่งขึ้นของทองคำจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงของรัฐบาล มากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่ดอลลาร์ในการจับจ่ายใช้สอยอย่างสมบูรณ์ในตอนนี้
ในมุมมองผู้เขียน การที่ธนาคารกลางแห่ตุนทองคำสะท้อนชัดเจนว่าสถาบันระดับชาติกำลังเสื่อมศรัทธาในระบบ Fiat ที่ถูกเสกพิมพ์ขึ้นมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด นี่คือโฆษณาชิ้นเอกของ Bitcoin ในฐานะ Digital Gold ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญและไม่มีใครสามารถควบคุมเบื้องหลังได้ ในระยะยาวเทรนด์ De-dollarization นี้จะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ผลักดันเม็ดเงินสถาบันให้ไหลเข้าสู่โลกคริปโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา: @GlobeEyeNews

