สรุปข่าว
- อดีตซีอีโอหนุ่มฟลอริดาวัย 34 ปีถูกจับกุมตัวข้อหาฟอกเงินและฉ้อโกงในคดีแชร์ลูกโซ่คริปโตมูลค่า 328 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี
- ผู้ต้องหาหลอกระดมทุนโดยอ้างว่าจะนำเงินไปสร้างสภาพคล่องเพื่อทำกำไร 3 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน แต่กลับนำเงินนักลงทุนใหม่ไปจ่ายคนเก่าแทน
- การสืบสวนพบว่ามีเงินถูกนำไปลงทุนจริงในยูนิสวอปเพียง 1.5 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ส่วนที่เหลือถูกนำไปจัดงานหรูหราและใช้จ่ายส่วนตัว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวการจับกุมในคดีแชร์ลูกโซ่ครั้งนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาของสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีในตลาดหลัก แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักลงทุนหน้าใหม่ในภาพรวม การกวาดล้างมิจฉาชีพถือเป็นผลดีต่อระบบนิเวศในระยะยาว แต่ก็ตอกย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงของการลงทุนนอกกระดานเทรดที่ได้รับการรับรอง
เจ้าหน้าที่อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาแถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ได้จับกุมชายชาวฟลอริดาผู้ต้องสงสัยว่าเป็นตัวการใหญ่ในการดำเนินคดีแชร์ลูกโซ่ที่เชื่อมโยงกับคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าสูงถึง 328 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Christopher Alexander Delgado วัย 34 ปี จากเมืองอะพ็อพคา รัฐฟลอริดา ถูกควบคุมตัวตามหมายจับในข้อหาฉ้อโกงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการฟอกเงิน ตามรายงานของสำนักงานอัยการสหรัฐอเมริกาประจำเขตกลางรัฐฟลอริดา หากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงในทุกข้อหา เขาอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกในเรือนจำกลางสูงสุดถึง 30 ปี ทั้งนี้ หมายจับทางอาญาเป็นเพียงการกล่าวหา และผู้ต้องหาจะยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ความผิดในชั้นศาล
ข้อมูลจากรายงานระดับโลกของทีอาร์เอ็มแล็บส์ระบุว่า คดีแชร์ลูกโซ่ได้รับเงินจากเหยื่อทั่วโลกไปประมาณ 6.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 49 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า โดยคดีใหญ่ล่าสุดก่อนหน้าคดีของโกไลแอทเวนเจอร์ส คือคดีของ Ramil Ventura Palafox ซีอีโอของพรีโทเรียนกรุ๊ปอินเตอร์เนชันแนล ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ฐานหลอกลวงนักลงทุนกว่า 90,000 รายและสูบเงินไปมากกว่า 62.7 ล้านดอลลาร์
อัยการกล่าวหาว่า Christopher Alexander Delgado ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของโกไลแอทเวนเจอร์ส หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่าเจนซีเวนเจอร์เฟิร์ม ตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 ถึงมกราคม 2026 ในช่วงเวลานั้น เจ้าหน้าที่อ้างว่าเขาระดมทุนจากนักลงทุนได้ไม่ต่ำกว่า 328 ล้านดอลลาร์ โดยให้สัญญาว่าจะจ่ายผลตอบแทนรายเดือนจากการนำเงินไปสร้างสภาพคล่องในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งบางครั้งก็ถูกโฆษณาว่าเป็นการลงทุนที่ “การันตีผลตอบแทน” หรือ “ความเสี่ยงต่ำ” โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนประมาณ 3 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน
แต่แทนที่จะนำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง เขากลับถูกตั้งข้อหาว่าบริหารโกไลแอทเวนเจอร์สในรูปแบบของแชร์ลูกโซ่ โดยนำเงินจากนักลงทุนหน้าใหม่ไปจ่ายเป็นผลตอบแทนลวงโลกให้กับผู้ที่ลงทุนก่อนหน้า รวมถึงใช้สำหรับจ่ายเงินคืนเมื่อมีการขอถอนทุน
คำฟ้องระบุว่าคำกล่าวอ้างของบริษัทเกี่ยวกับการนำทุนไปวางในกลุ่มสภาพคล่องนั้นเป็นเรื่องหลอกลวง ข้อมูลจากเอกสารของศาลระบุว่า นักสืบสวนพบหลักฐานจากการวิเคราะห์บล็อกเชนว่ามีเงินเพียงประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์เท่านั้นที่ถูกส่งไปยังยูนิสวอป ในขณะที่เงินส่วนใหญ่ของนักลงทุนไม่ได้ถูกนำไปลงทุนแต่อย่างใด
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดเหยื่อ อัยการระบุว่าเขาอาศัยการบอกต่อแบบปากต่อปาก การใช้สื่อการตลาดที่ดูเป็นมืออาชีพ การจัดงานอีเวนต์สุดหรู การสนับสนุนกิจกรรมการกุศล และการจ่ายเงินเป็นงวดๆ เพื่อหลอกว่าเป็นผลตอบแทน เอกสารของศาลยังเปิดเผยด้วยว่านักลงทุนจะได้รับการอัปเดตสถานะบัญชีผ่านพอร์ทัลออนไลน์ที่แสดงให้เห็นถึงกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่แท้จริงแล้วผลตอบแทนที่รายงานนั้นถูกสร้างขึ้นมาเองและปรับแต่งให้ตรงกับอัตราที่สัญญาไว้
คดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนโดยหน่วยสืบสวนอาชญากรรมของไออาร์เอส และหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โดยมีสำนักงานอัยการสหรัฐอเมริกาในออร์แลนโดเป็นผู้ยื่นฟ้อง เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายยังคงขอร้องให้ผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในระหว่างที่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป
ที่มา: coindesk
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าไม่มีการลงทุนใดในโลกคริปโตที่สามารถการันตีผลตอบแทนระดับ 3 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนแบบไร้ความเสี่ยงได้จริง มิจฉาชีพมักจะใช้คำศัพท์เทคนิคมาสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกล่อนักลงทุนที่ขาดความเข้าใจ การตรวจสอบความโปร่งใสของโปรเจกต์ผ่านข้อมูลบนบล็อกเชนด้วยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสุดท้ายแล้วตัวเลขในแพลตฟอร์มที่บริษัทสร้างขึ้นก็อาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้เพื่อหลอกกินเงินทุนของเราเท่านั้น

