ตะลึง! ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn ซุ่มถือ Ethereum มูลค่าทะลุ 6 ล้านดอลลาร์ พร้อมลั่นคริปโตคืออนาคต

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แพลตฟอร์ม Arkham ตรวจพบกระเป๋าเงินดิจิทัลของ Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn มีการถือครองเหรียญ ETH มูลค่ากว่า 6.1 ล้านดอลลาร์
  • การลงทุนนี้เน้นหนักไปที่ ETH เพียงตัวเดียว พร้อมทั้งมีของสะสมหายากอย่าง CryptoPunk ที่ซื้อมาด้วยราคา 150 ETH รวมอยู่ด้วย
  • เขาเป็นนักลงทุนสายเทคโนโลยีที่เข้าวงการมาตั้งแต่ปี 2013 และเชื่อมั่นว่าบล็อกเชนจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาตัดตัวกลางและเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจบนอินเทอร์เน็ต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การเปิดเผยข้อมูลกระเป๋าเงินของมหาเศรษฐีระดับท็อปและผู้ทรงอิทธิพลในวงการเทคโนโลยีที่มีการถือครอง Ethereum เป็นจำนวนมาก ถือเป็นภาพสะท้อนชั้นดีว่าเงินทุนอัจฉริยะและนักลงทุนสถาบันยังคงเชื่อมั่นในพื้นฐานของเครือข่าย ปัจจัยนี้สามารถสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกด้านความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งอาจส่งผลดีต่อทิศทางราคาของ ETH ในระยะกลางถึงระยะยาว

Arkham แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn และนักลงทุนระดับตำนาน กำลังถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Ethereum เอาไว้มูลค่าสูงถึง 6.1 ล้านดอลลาร์

ข้อมูลการติดตามกระเป๋าเงินดิจิทัลสาธารณะของเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เม็ดเงินลงทุนก้อนนี้ถูกเทไปที่ ETH เพียงตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในการถือครองสถานะฝั่งซื้อในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้น นอกเหนือจากการถือครองเหรียญ ETH แล้ว เขายังเป็นเจ้าของคอลเลกชันดิจิทัลอาร์ตระดับท็อปอย่าง CryptoPunk ซึ่งทาง Arkham ระบุว่าเขาควักกระเป๋าซื้อมาในราคา 150 ETH

Reid Hoffman ไม่ใช่นักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเกาะกระแส เพราะเขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์และลงทุนในพื้นที่คริปโตมานานกว่าทศวรรษ เมื่อปีที่แล้วเขาเพิ่งออกมาเปิดเผยว่าได้เริ่มต้นลงทุนในภาคส่วนนี้มาตั้งแต่ปี 2013 โดยเขามองเห็นถึงศักยภาพที่ยั่งยืนของเทคโนโลยีบล็อกเชนตั้งแต่ก่อนที่คริปโตจะกลายเป็นกระแสหลักเสียอีก

ย้อนกลับไปในการให้สัมภาษณ์กับสื่อใหญ่อย่าง Wired เมื่อปี 2015 เขาเคยฟันธงไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin หรือคริปโตเคอร์เรนซีทางเลือกอื่นๆ ท้ายที่สุดแล้วเทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถเจาะตลาดและได้รับการยอมรับจากคนหมู่มากได้อย่างแน่นอน

เขาเป็นหนึ่งในคนที่มักจะออกมาตอบโต้แนวคิดที่ว่าคริปโตเป็นเพียงแค่สินทรัพย์สำหรับการเก็งกำไร โดยเขาวาดฝันถึงโลกที่เทคโนโลยีบล็อกเชนจะเข้ามาลบภาพตัวกลางแบบเดิมทิ้งไป และสร้างระบบเศรษฐกิจขนาดย่อมขึ้นมาขับเคลื่อนโลกอินเทอร์เน็ตแทน และเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา เขาก็เพิ่งจะร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ Bitcoin สามารถทะยานทะลุหลัก 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ

นอกจากนี้ Reid Hoffman ยังไม่ใช่สมาชิกคนเดียวของกลุ่มนักธุรกิจทรงอิทธิพลอย่าง PayPal Mafia ที่มีความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งในคริปโตเคอร์เรนซี อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ก็เคยทุ่มเงินกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ซื้อ Bitcoin เข้าไปเก็บไว้ในงบดุลของบริษัทก่อนจะเทขายออกไปในภายหลัง ส่วน Peter Thiel อีกหนึ่งสมาชิกระดับบิ๊กก็ถือเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ยุคบุกเบิก โดยกองทุน Founders Fund ของเขาได้ซุ่มทยอยซื้อ Bitcoin และ Ethereum สะสมมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์มาอย่างเงียบๆ เช่นกัน


การที่บุคคลระดับแนวหน้าของซิลิคอนแวลลีย์อย่าง Reid Hoffman เลือกลงทุนอย่างหนักในเหรียญใหญ่อย่าง Ethereum เป็นการตอกย้ำว่าบล็อกเชนไม่ได้เป็นเพียงกระแสเก็งกำไรฉาบฉวย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลกอินเทอร์เน็ตที่เหล่าผู้มีวิสัยทัศน์มองเห็นตรงกัน การที่เขาถือครองยาวนานมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกโดยไม่หวั่นไหวต่อความผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของการลงทุนเน้นคุณค่าที่แท้จริง นักลงทุนทั่วไปสามารถเรียนรู้จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่เหล่านี้ได้ เพราะเมื่อใดที่คนระดับโลกยังคงถือครองและซุ่มเก็บของอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่ามูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์อาจจะยังไปได้อีกไกลกว่าราคาที่แสดงอยู่บนกระดานในปัจจุบัน

ที่มา: u.today