bitkub-banner

ทุกคนรอร่วงแรง แต่ Bitcoin ไม่ยอมร่วง! นักวิเคราะห์ชี้ ราคาเตรียมพุ่ง หากยืนเหนือ $60,000 ได้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แม้ Trump จะประกาศยกระดับสงครามครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในรอบ 20 ปี แต่ Bitcoin ร่วงจาก ~$67,000 มาที่ ~$63,000 หรือลดลงเพียง ~5-6% ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดไว้มากซึ่งนี่เป็นสัญญาณ ความแข็งแกร่งของ Bitcoin ที่ไม่ควรมองข้าม
  • ในช่วงที่มีความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลในเดือนเมษายน 2024 Bitcoin ร่วง 8% จากแต่ กลับทำ ATH ใหม่ภายในไม่กี่เดือน ซึ่งครั้งนี้อาจเกิดสิ่งเดียวกัน
  • นักวิเคราะห์มองว่า $60,000 คือแนวรับสำคัญ หาก Bitcoin ยืนเหนือระดับนี้ได้ นี่อาจเป็นสัญญาณว่า “แรงขายหมดแล้ว” และราคาจะพุ่งรุนแรงหลังจากนั้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ร่วงแค่ 5% จากสงครามเต็มรูปแบบหมายความว่าตลาดแข็งแกร่งกว่าที่คิด ถ้ายืน $60K ได้ใน 2-3 วันนี้ สัญญาณ bullish จะชัดเจน แต่ก็ยังต้องค่อยระวังว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกหรือไม่

หลายคนคาดการณ์ว่า Bitcoin จะร่วงอย่างรุนแรงหากสหรัฐฯ เปิดฉากสงครามกับอิหร่าน แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริงเมื่อ ราคากลับร่วงเพียง ~5-6% จาก ~$67,000 มาที่ ~$63,000 โดย TedPillows กล่าวว่า ทุกคนคาดว่าจะเกิด “การเทขายครั้งใหญ่” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ Bitcoin “แทบไม่เปลี่ยนแปลง” เมื่อเทียบกับขนาดของเหตุการณ์ โดยการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศสงครามต่อประเทศที่ครอบครองช่องแคบ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นช่องทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก แล้ว Bitcoin ร่วงแค่ 5% นั้น ถือว่า แข็งแกร่งอย่างน่าตกใจ

ประวัติศาสตร์บอกอะไร? ร่วงก่อน แล้วพุ่ง?

ข้อมูลจากความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอลใน 2 ปีที่ผ่านมาสนับสนุนมุมมองนี้อย่างชัดเจน โดยMEXC ที่วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง ระบุว่า เมษายน 2024 เมื่ออิหร่านยิงโดรนและขีปนาวุธใส่อิสราเอล Bitcoin ร่วง 8% จาก $67,000 เหลือ $61,000 ในคืนเดียว แต่ภายในไม่กี่เดือน กลับพุ่งทำ ATH ใหม่ มิถุนายน 2025 และในช่วงที่ Operation Midnight Hammer เกิดขึ้น Bitcoin ร่วง 6% จาก $110,000 เหลือ $103,000  แต่ภายใน 2 เดือน พุ่ง 62% ไปทำ ATH ที่ $126,000

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Bitcoin แสดงความยืดหยุ่นต่อสงครามและความขัดแย้งอย่างน่าทึ่ง โดย André Dragosch หัวหน้านักวิจัยของ Bitwise ระบุว่าแม้ Bitcoin จะร่วงในช่วงแรก แต่ความขัดแย้งมักนำไปสู่การใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น การผ่อนคลายนโยบายการเงิน และเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยหนุน Bitcoin ในระยะกลาง-ยาว

ทำไมครั้งนี้ร่วงน้อยกว่าที่คาด?

มีหลายปัจจัยที่อธิบายได้ว่าทำไม Bitcoin ร่วงเพียง ~5% จากสงครามเต็มรูปแบบ โดยอาจมาจากตลาดที่คาดการณ์ความเสี่ยงนี้ไว้แล้ว โดยสหรัฐฯ เริ่มส่งกองเรือเข้าอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่เดือนมกราคม

นอกจากนี้ Bitcoin ก็ร่วงมาเยอะแล้ว จากจุดสูงสุด $126,000 ในเดือนตุลาคม 2025 Bitcoin ร่วงมาเกือบ 50% ก่อนสงครามจะเริ่ม หมายความว่า “มือที่อ่อนแอ” ส่วนใหญ่ถูกเขย่าออกไปแล้ว

$60,000 คือเส้นแบ่งชะตา

TedPillows ระบุชัดเจนว่า หาก Bitcoin ยืนเหนือ $60,000 ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า “ราคาจะพุ่งอย่างรุนแรง” เนื่องจากจะเป็นการยืนยันว่าแรงขายจากสงครามหมดแล้ว และตลาดพร้อมกลับตัว

ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์บางรายยังคงเตือนว่า หากหลุด $60,000 อาจดิ่งไปถึง $53,000 โดย Sebastian Serrano CEO ของกระดานเทรด Ripio เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาเตือน โดยปัจจัยสำคัญคือ สงครามจะบานปลายหรือไม่ โดยเฉพาะหากอิหร่านปิด Strait of Hormuz ซึ่งจะกระทบราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโลกอย่างรุนแรง


ผู้เขียนเห็นด้วยกับ TedPillows ว่าการร่วงแค่ ~5% จากสงครามเต็มรูปแบบ เป็นสัญญาณ bullish ถ้าเป็นเมื่อ 3 ปีก่อน เหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้ Bitcoin ร่วง 20-30% สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ สถาบันการเงินถือ Bitcoin ผ่านกองทุน ETF และ Bitcoin กลายเป็น “สินทรัพย์ระดับโลก” ที่มีสภาพคล่องลึกกว่าเดิมมาก ส่วนตัวมองว่า $60,000-$63,000 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของรอบนี้ และหากตลาดหุ้นเปิดวันจันทร์โดยไม่เกิดการเทขายมากเกินไป Bitcoin มีโอกาสดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว 


ที่มา: TedPillows, MEXC, CoinDesk, Bitcoin Ethereum News, AINvest