bitkub-banner

อวาสานตู้ ATM คริปโทฯ! รัฐ Minnesota เล็งออกกฎหมาย “แบนถาวร” หลังพบคดีฉ้อโกงผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐ Minnesota ในสหรัฐฯ​ จ่อแบนตู้ ATM คริปโทฯ ถาวร ส.ส. ชงร่างกฎหมาย HF 3642 สั่งแบนตู้ ATM คริปโทเคอร์เรนซีทุกแห่งในรัฐ หลังแก๊งมิจฉาชีพอาละวาดหนัก หลอกดูดเงินผู้สูงอายุจนเกลี้ยงบัญชี
  • มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เคยออกมาในปี 2024 ถูกมิจฉาชีพหาช่องโหว่ได้อย่างง่ายดาย รัฐเลยมองว่าป้ายเตือนไร้ผล สั่งปิดตู้ไปเลยแก้ปัญหาได้เด็ดขาดกว่า
  • ฝั่งผู้ให้บริการตู้ ATM อย่าง CoinFlip ออกมาค้านหัวชนฝา ชี้ว่าไม่ควรเหมารวม เสนอให้เพิ่มมาตรการเยียวยาเหยื่อ และลดระยะเวลาการทำธุรกรรมแทนการแบน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

รัฐ Minesota เตรียมงัดไม้แข็งชงร่างกฎหมายแบนตู้ ATM คริปโทฯ ถาวร หลังมิจฉาชีพอาละวาดหนักพุ่งเป้าหลอกสูบเงินผู้สูงอายุจนเกลี้ยงบัญชี สร้างความเสียหายทะลุ 5.4 แสนดอลลาร์ ทางการชี้ว่ามาตรการเดิมที่เคยจำกัดวงเงินและหน่วงเวลาธุรกรรม 72 ชั่วโมงนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ขณะที่ฝั่งผู้ให้บริการอย่าง CoinFlip ออกมาค้านหัวชนฝาว่าไม่ควรลงโทษแบบเหมารวม 

รัฐ Minnesota ของสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าพิจารณาร่างกฎหมายขั้นเด็ดขาดเพื่อแบนตู้ ATM คริปโทฯ ทุกแห่งในรัฐแบบถอนรากถอนโคน สาเหตุหลักมาจากตัวเลขคดีหลอกลวงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลักคือกลุ่ม “ผู้สูงอายุ” ที่มักตกเป็นเหยื่อจนสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต 

แม้ก่อนหน้านี้ รัฐจะมีการออกกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้ว แต่กลับพบว่าไม่ได้ผล ทำให้หน่วยงานรัฐมองว่าการสั่งแบนคือทางออกเดียว ในขณะที่ฝั่งผู้ให้บริการตู้ ATM ออกมาคัดค้านและเรียกร้องให้หาทางออกร่วมกัน

กฎหมายคุ้มครองเดิมเอาไม่อยู่ ชงร่าง HF 3642 สั่งแบนเรียบ 

ร่างกฎหมาย HF 3642 ถูกเสนอโดย ส.ส. Erin Koegel เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายห้ามตั้งและให้บริการตู้ ATM ซื้อคริปโทฯ ด้วยเงินสดหรือบัตรเดบิตทุกประเภทในรัฐ แต่การเทรดออนไลน์ยังทำได้ปกติ 

สาเหตุที่ต้องใช้มาตรการรุนแรงนี้ เป็นเพราะกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคปี 2024 ที่เคยจำกัดวงเงิน 2,000 ดอลลาร์ต่อวัน หรือระบบหน่วงเวลาทำธุรกรรม 72 ชั่วโมงนั้น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง มิจฉาชีพหาช่องโหว่โดยให้เหยื่อทยอยฝากเงินทีละน้อยจนหมดตัว เจ้าหน้าที่จึงประเมินว่าป้ายเตือนหรือข้อบังคับใดๆ ก็ไม่สามารถยับยั้งความเสียหายได้

ผู้สูงอายุตกเป็นเป้า สูญเงินรวมหลายแสนดอลลาร์ 

ข้อมูลจาก FBI ชี้ให้เห็นสถิติที่น่าตกใจว่า 86% ของความเสียหายทั้งหมดเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เฉพาะในปี 2025 มีการแจ้งความกว่า 70 คดี มูลค่าความเสียหายทะลุ 540,000 ดอลลาร์ 

ทางการยกตัวอย่างกรณีที่น่าสลดใจ อาทิเช่น ผู้สูงอายุรายหนึ่งถูกหลอกให้โอน Bitcoin ถึง 10 ครั้งในครึ่งปี จนสูญรายได้ไปกว่าครึ่งและไม่มีเงินประทังชีวิต และคุณยายวัย 78 ปี ที่ถูกหลอกสูบเงินไปถึง 80,000 ดอลลาร์และถูกโอนออกนอกประเทศจนตามคืนไม่ได้ มิจฉาชีพมักเลือกใช้ตู้ ATM เหล่านี้เพราะสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากระบบธนาคารปกติได้ง่ายและรวดเร็ว

ฝั่งผู้ให้บริการโต้กลับ “อย่าลงโทษแบบเหมารวม” 

ทางด้านผู้ประกอบการอย่าง CoinFlip ซึ่งมีตู้ ATM กว่า 50 แห่งในรัฐ ได้ออกมาคัดค้านร่างกฎหมายนี้ โดยแย้งว่าตู้ ATM ไม่ใช่คนผิด และเสนอทางออกว่าแทนที่จะแบนทิ้งทั้งหมด รัฐควรออกกฎหมายบังคับให้ผู้ให้บริการต้องคืนเงินแก่เหยื่อ หรือเพิ่มระบบหน่วงเวลาสำหรับลูกค้าใหม่ให้เข้มงวดขึ้น 

CoinFlip ยังเปิดเผยสถิติว่าจาก 12,000 ธุรกรรมในปีที่ผ่านมา มีการขอคืนเงินไม่ถึง 1% การแบนเทคโนโลยีที่ถูกกฎหมายเพียงเพราะมีคนนำไปใช้ในทางที่ผิดจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่ออุตสาหกรรม


มุมมองผู้เขียน: การแบนทั้งหมดอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนในโลกเทคโนโลยี แต่สิ่งที่น่าจับตาหลังจากนี้คือ หากรัฐ Minnesota สามารถผลักดันกฎหมายนี้ได้สำเร็จ รัฐอื่นๆ ในสหรัฐฯ จะนำโมเดลการแบนนี้ไปใช้ตามหรือไม่ หากเกิดโดมิโนเอฟเฟกต์ ธุรกิจตู้ ATM คริปโทฯ อาจถึงคราวลำบาก

ที่มา:coinpost