สรุปข่าว
- TD Securities มองว่าแผน Tokenized Equities ของ NYSE คือสัญญาณที่วอลล์สตรีทเริ่มนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้งานจริงในระดับสถาบัน
- นักวิเคราะห์ Reid Noch ของ TD Securities ระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็น “จุดเปลี่ยนโครงสร้างตลาด” ไม่ใช่เพียงการทดลองใช้เทคโนโลยีเท่านั้น
- แม้ยังเป็นเพียงแผนและความเห็นของนักวิเคราะห์ แต่หากโครงการนี้เดินหน้าจริง จะถือเป็นก้าวสำคัญของการนำบล็อกเชนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์กระแสหลัก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ตลาดหลักทรัพย์ใหญ่อย่าง NYSE เดินหน้าสู่การออกหุ้นในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อระบบนิเวศคริปโตในภาพรวม เพราะแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชนกำลังถูกนำมาใช้งานจริงในวงการการเงินดั้งเดิม ความเชื่อมั่นของสถาบันใหญ่ในระดับนี้อาจเป็นตัวเร่งให้เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตในระยะยาว
ในช่วงเช้าของวันที่ 3 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph นักวิเคราะห์ Reid Noch จาก TD Securities ออกมาให้ความเห็นต่อแผนการออกหุ้นในรูปแบบโทเคน (Tokenized Equities) ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดยมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ใช่แค่การทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่คือ “จุดเปลี่ยนโครงสร้างตลาด” ที่บ่งชี้ว่าวอลล์สตรีทเริ่มนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้อย่างจริงจัง นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สถาบันการเงินชั้นนำระดับ TD Securities ออกมาประเมินโครงการโทเคไนเซชันของ NYSE ในเชิงบวกอย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของวงการบล็อกเชนและคริปโตในอนาคต
NYSE กับก้าวแรกสู่ตลาดหุ้นบนบล็อกเชน
แนวคิดการ Tokenize หุ้นบนบล็อกเชนหมายถึงการแปลงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล ซึ่งสามารถซื้อขาย โอน และถือครองได้บนเครือข่ายบล็อกเชนโดยตรง ข้อดีที่นักวิเคราะห์มักหยิบยกคือการลดต้นทุนการชำระราคา เพิ่มความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากทั่วโลกเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น หากโครงการนี้ของ NYSE เดินหน้าสู่การใช้งานจริง จะเป็นการยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบดั้งเดิมกำลังผสานรวมกับเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างเป็นรูปธรรม
Reid Noch ระบุว่าสิ่งที่ทำให้ความเคลื่อนไหวของ NYSE แตกต่างจากโครงการ Tokenization อื่น ๆ ในอดีตคือการที่สถาบันขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกตัดสินใจนำเทคโนโลยีนี้มาใช้อย่างจริงจัง ซึ่งส่งสัญญาณให้สถาบันอื่น ๆ ทั่วโลกเห็นว่าการโทเคไนเซชันไม่ใช่แนวคิดในอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตลาดการเงินในปัจจุบัน
ผลกระทบต่อวงการบล็อกเชนและคริปโตในวงกว้าง
การที่สถาบันการเงินระดับ NYSE เดินหน้าสู่การ Tokenize หลักทรัพย์ ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจเร่งความต้องการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนจากภาคสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ระบบ Custody สำหรับโทเคน หรือโปรโตคอล DeFi ที่รองรับสินทรัพย์จากโลกจริง (Real World Assets หรือ RWA) ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าตอนนี้ยังเป็นเพียงแผนและการประเมินของนักวิเคราะห์ ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ก.ล.ต. ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (CFTC) ได้แต่งตั้งทนายด้านคริปโตนำทีมบังคับใช้กฎหมาย และ กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตในสหรัฐฯ ยังคงชะงักงัน ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบยังคงมีความไม่แน่นอน และโครงการของ NYSE จะต้องผ่านด่านกำกับดูแลก่อนจึงจะเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์
สัญญาณจากสถาบันที่ตลาดต้องจับตา
ในภาพรวมของตลาด ความเคลื่อนไหวจากฝั่งสถาบันใหญ่อย่าง NYSE และการประเมินเชิงบวกจาก TD Securities เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าการยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนในระดับสถาบันกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดคริปโตในช่วงนี้จะเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยมหภาคหลายด้าน อาทิ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบายดอกเบี้ย ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานว่า กองทุนคริปโตได้รับเงินลงทุนไหลเข้า 1 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความสนใจจากนักลงทุนสถาบันยังคงมีอยู่แม้จะผ่านช่วงที่เงินไหลออกติดต่อกันถึงห้าสัปดาห์
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าความเห็นของ TD Securities ครั้งนี้น่าสนใจมาก เพราะการที่แบงก์วาณิชธนกิจชั้นนำออกมาพูดถึง Tokenized Equities ของ NYSE ในแง่บวกอย่างจริงจัง มันไม่ใช่เรื่องปกติที่จะเห็นบ่อย ๆ แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือรายละเอียดทางเทคนิคว่า NYSE จะใช้บล็อกเชนสาธารณะหรือส่วนตัว และหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) จะมีท่าทีอย่างไร เพราะนั่นคือปัจจัยชี้ขาดว่าโครงการนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริงหรือแค่ข่าวน่าตื่นเต้นที่สุดท้ายไม่ไปถึงไหน
