bitkub-banner

วิจัยใหม่เผย AI ตัวท็อป (GPT, Gemini, Claude) เมิน ‘เงินสด’ แต่กลับเทใจเลือก ‘สินทรัพย์นี้’ ยืนหนึ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผลการทดสอบโมเดล AI ชื่อดัง 36 รุ่น จาก 6 ค่ายยักษ์ใหญ่ พบว่า มีถึง 22 รุ่นที่เลือก Bitcoin เป็นสินทรัพย์ทางการเงินอันดับหนึ่ง โดยไม่มีรุ่นไหนเลย ที่เลือกเงินเฟียตหรือเงินที่ออกโดยรัฐบาล
  • รายงานจาก Bitcoin Policy Institute ชี้ให้เห็นว่า AI ส่วนใหญ่มอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำหรับ “เก็บรักษามูลค่า” ในระยะยาว ขณะที่ Stablecoin ถูกมองว่า เหมาะสำหรับการชำระเงินและโอนเงินรายวันมากกว่า
  • แม้ผลลัพธ์จะมาจากห้องแล็บที่ฝึกฝนโมเดลต่างกัน แต่กลับพบแพทเทิร์นความคิดเรื่องสถาปัตยกรรมการเงินที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดใจ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

แม้ผู้วิจัยจะเตือนว่า นี่ไม่ใช่คำทำนายราคา แต่มุมมองของปัญญาประดิษฐ์ที่มองเห็น “คุณค่า” ในตัว Bitcoin เหนือกว่าเงินกระดาษ ก็ถือเป็นปัจจัยบวกในเชิงจิตวิทยา

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจอัตโนมัติที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการเงินและตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเอง การที่ AI เลือก Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองหลัก ย่อมหมายถึง จะมีแรงซื้อหรือความต้องการใช้งานมหาศาลไหลเข้ามาในอนาคต 

รายงานล่าสุดจาก Bitcoin Policy Institute ได้เปิดเผยผลการวิจัยสุดน่าทึ่ง เกี่ยวกับ “รสนิยมทางการเงิน” ของเหล่าโมเดล AI ชื่อดังทั่วโลก 

โดยผลจากการจำลองสถานการณ์ทางเศรษฐกิจกว่า 28 รูปแบบพบว่า AI ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเลือก Bitcoin เป็นเครื่องมือทางการเงินอันดับหนึ่ง เหนือกว่าเงินเฟียตที่รัฐบาลทั่วโลกใช้งานอยู่ ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ จากการทดสอบโมเดลทั้งหมด 36 รุ่น กลับไม่มี AI แม้แต่ตัวเดียวที่เลือกเงินเฟียต เป็นตัวเลือกแรกในระบบเศรษฐกิจจำลอง

เมื่อ AI ต้องสวมบทนักเศรษฐศาสตร์อิสระ

David Zell ประธานสถาบันผู้อยู่เบื้องหลังงานวิจัยระบุว่า ทีมงานตัดสินใจยุติการคาดเดา และเริ่มทำการทดสอบจริงกับโมเดลจากค่ายยักษ์ใหญ่ทั้ง Anthropic, OpenAI, Google, DeepSeek, xAI และ MiniMax โดยวางสถานการณ์จำลองรวม 9,072 ครั้ง เพื่อให้ AI ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเศรษฐกิจอิสระที่ต้องเลือกเครื่องมือมาใช้ในหน้าที่หลักของเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษามูลค่า การชำระเงิน หรือการชำระบัญชีโดยไม่มีการชี้นำล่วงหน้า

Bitcoin คือทองคำดิจิทัล ส่วน Stablecoin คือเงินใช้จ่าย

ผลลัพธ์จากการวิจัยแสดงให้เห็นถึงการจัดหมวดหมู่ที่ชัดเจนใน “สมองกล” ของ AI โดย AI มองว่า Bitcoin คือผู้ชนะในด้านการเก็บรักษามูลค่าระยะยาว  

แต่เมื่อพูดถึงการใช้งานจ่ายเงินรายวัน หรือการโอนเงิน เหล่า AI กลับเทใจให้ Stablecoin มากกว่า โดย Stablecoin ถูกเลือกสูงถึง 53.2% ขณะที่ Bitcoin ตามมาที่ 36%

ซึ่งความชอบในตัว Bitcoin ยังคงแตกต่างกันไปตามค่ายผู้ผลิต โดย Anthropic (ผู้สร้าง Claude AI ) นำโด่ง ด้วยสัดส่วนความชอบ Bitcoin สูงถึง 68% ตามมาด้วย DeepSeek ที่ชอบ Bitcoin ถึง 51.7% 

ในขณะที่โมเดลจากฝั่ง OpenAI อย่าง GPT กลับเอนเอียงไปทางชอบ Stablecoin มากกว่าค่ายอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกค่ายเห็นพ้องตรงกันคือ เงินเฟียตไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในระยะยาว

AI มีโครงสร้างความคิดเรื่องสถาปัตยกรรมการเงินที่คล้ายกัน

Zell เน้นย้ำว่า ผลลัพธ์นี้ไม่ได้บอกว่าตลาดคริปโตจะพุ่งทะยานในทันที แต่มันสะท้อนถึงรูปแบบข้อมูลที่ AI ถูกฝึกฝนมา 

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ แม้โมเดลเหล่านี้จะถูกสร้างและฝึกจากห้องแล็บที่ต่างกันทั่วโลก แต่กลับพัฒนาโครงสร้างความคิดเรื่องสถาปัตยกรรมการเงินที่คล้ายกันขึ้นมาเองโดยไม่ได้นัดหมาย เหมือนว่า AI ได้ค้นพบจุดเด่นของ Bitcoin ในฐานะทองคำดิจิทัลผ่านการประมวลผลข้อมูลมหาศาลของมนุษยชาติที่มันได้รับเข้าไปนั่นเอง

ที่มา : decrypt


มุมมองผู้เขียน : การที่ AI กว่า 20 รุ่นพร้อมใจกันเมินเงินเฟียตแล้วหันไปหา Bitcoin คือตลกร้ายที่สะท้อนความเป็นจริงของระบบการเงินปัจจุบัน 

เมื่อ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการจัดการกองทุน หรือตัดสินใจแทนมนุษย์มากขึ้น “อคติเชิงตรรกะ” แบบนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ Bitcoin ก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์หลักของโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะ AI ไม่มีความรู้สึกรักหรือภักดีต่อสกุลเงินของประเทศไหน แต่เลือกจาก “สถิติและความปลอดภัย” ของโครงสร้างล้วนๆ