bitkub-banner

สหรัฐฯ เร่งปลดล็อกกฎหมาย Stablecoin ก่อนสิ้นปี หลังแบงก์ดันให้จ่ายดอกเบี้ยได้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เดินหน้าเจรจาประนีประนอมกับกลุ่มธนาคารเรื่องผลตอบแทน (yield) จาก Stablecoin เพื่อปลดล็อก Clarity Act ก่อนสิ้นปี
  • ในการประชุมสุดยอดที่วอชิงตัน นักนิติบัญญัติยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับสุดท้ายจะไม่สร้างความเสี่ยงต่อเงินฝากในธนาคาร
  • ต้องจับตาว่าข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางอุปสรรคทางการเมืองหลายด้าน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ความคืบหน้าของกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตในสหรัฐฯ เป็นสัญญาณบวกในระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรม เพราะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในขั้นเจรจา ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจึงยังมีจำกัด

ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ กำลังเร่งหาทางประนีประนอมกับกลุ่มธนาคารเพื่อปลดล็อกร่างกฎหมาย Crypto Clarity Act ที่หยุดชะงักอยู่ โดยประเด็นหลักของการเจรจาคือข้อกำหนดเรื่องผลตอบแทน (yield) ของ Stablecoin ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มธนาคารแสดงความกังวลมาตลอด ในการประชุมสุดยอดที่วอชิงตัน นักนิติบัญญัติได้ยืนยันกับนายธนาคารว่าร่างกฎหมายฉบับสุดท้ายจะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเงินฝากในระบบธนาคาร โดยทุกฝ่ายต่างทราบดีว่าหน้าต่างเวลาในการผ่านกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตก่อนสิ้นปีนี้กำลังแคบลงเรื่อยๆ

ทำไมดอกเบี้ย Stablecoin ถึงเป็นหัวใจของการเจรจา

ปมขัดแย้งหลักระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและกลุ่มธนาคารอยู่ที่ประเด็นว่า Stablecoin ควรมีสิทธิ์จ่าย yield หรือดอกเบี้ยให้ผู้ถือได้หรือไม่ ธนาคารพาณิชย์มองว่าหาก Stablecoin จ่ายผลตอบแทนได้เหมือนบัญชีเงินฝาก มันจะกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงที่ดึงเงินออกจากระบบธนาคาร ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพทางการเงิน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ลูกทรัมป์ออกมาซัดธนาคารกรณีกีดกันดอกเบี้ย Stablecoin และเรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองมาสักพักแล้ว การที่วุฒิสมาชิกยืนยันว่าร่างกฎหมายจะไม่สร้างความเสี่ยงต่อเงินฝากถือเป็นความพยายามลดแรงต้านจากกลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นหนึ่งในล็อบบี้ที่ทรงพลังที่สุดในวอชิงตัน

Clarity Act เดินหน้าท่ามกลางอุปสรรคหลายด้าน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กฎหมายคริปโตหลายฉบับของสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า วงในคาด Clarity Act อาจผ่านสภาได้ภายในเดือน ก.ค. นี้ โดยมีทำเนียบขาวออกโรงบี้แบงก์เปิดทางคริปโต นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า การที่ทรัมป์ขู่จะบล็อกรัฐสภาเรื่องกฎหมาย voter-ID อาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการผ่านกฎหมายคริปโต ด้วย

ด้าน ประธาน CFTC ก็ได้ประกาศแผนหลายปีเพื่อผลักดันกฎหมายคริปโตให้ชัดเจนและยุติข้อพิพาทด้านอำนาจกับ ก.ล.ต. สอดรับกับทิศทางที่ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ต้องการสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนให้อุตสาหกรรมคริปโต ขณะเดียวกัน กลุ่มล็อบบี้ธนาคารก็กำลังพิจารณาฟ้อง OCC เรื่องการอนุมัติใบอนุญาตธนาคารให้บริษัทคริปโต ทำให้เห็นได้ชัดว่าการผสานรวมระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมกับคริปโตยังมีแรงเสียดทานสูง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังต้องการให้กฎหมายผ่านก่อนสิ้นปี แต่ประเด็นดอกเบี้ย Stablecoin นี่ยังไม่ง่ายเลย เพราะผลประโยชน์ของธนาคารกับอุตสาหกรรมคริปโตยังขัดกันอยู่ชัดเจน สิ่งที่น่าจับตาดูต่อไปคือว่าข้อตกลงประนีประนอมที่ออกมาจะให้ Stablecoin จ่าย yield ได้ในระดับไหน และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพราะถ้าได้เงื่อนไขที่ดีก็จะเป็นข่าวดีมากๆ สำหรับโปรเจกต์ Stablecoin ทั้งหลาย แต่ถ้าถูกจำกัดจนแทบไม่มีความหมาย ก็อาจสร้างความผิดหวังได้เหมือนกัน

ภาพจาก AI