bitkub-banner

สหรัฐฯ ถล่มผู้วางทุ่นระเบิด 16 รายใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ สงครามกับอิหร่านเดือดขึ้นอีกขั้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กองทัพสหรัฐฯ ประกาศผ่าน CENTCOM ว่าได้สังหารผู้วางทุ่นระเบิด 16 รายในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ และ Trump ได้ออกคำขู่ทางทหารอย่างรุนแรง สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งกำลังเข้าสู่ระยะปฏิบัติการจริง
  • ต้องจับตาการตอบโต้จากอิหร่านและผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตในระยะสั้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การปฏิบัติการทางทหารโดยตรงในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งมักกระตุ้นให้นักลงทุนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต หากสถานการณ์ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ตลาดคริปโตอาจเผชิญแรงขายในระยะสั้น แม้ว่า Bitcoin อาจได้รับแรงหนุนบางส่วนในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงก็ตาม

เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 11 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้สังหารผู้วางทุ่นระเบิดจำนวน 16 รายในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider ที่เผยแพร่ผ่านทาง X ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันดิบประมาณ 20% ของปริมาณการค้าโลกผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางทหารโดยตรง หลังจากก่อนหน้านี้อิหร่านถูกกล่าวหาว่าวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว และ Trump ได้ออกมาขู่ด้วยมาตรการทางทหารหากอิหร่านไม่ถอนทุ่นระเบิดออก เหตุการณ์นี้บ่งชี้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ก้าวเข้าสู่ระยะที่มีการปะทะกันอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

ปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกในช่องแคบฮอร์มุซ

การสังหารผู้วางทุ่นระเบิด 16 รายโดย CENTCOM ถือเป็นก้าวที่สำคัญมาก เพราะนี่คือการปฏิบัติการทางทหารโดยตรงในหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลก ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านวางทุ่นระเบิดทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ และ Trump ได้เรียกร้องให้ถอนออกทันทีหรือเผชิญผลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตอนนี้ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจดำเนินการด้วยตัวเองแล้ว แทนที่จะรอให้อิหร่านถอนทุ่นระเบิดออกเอง

นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ได้ลบโพสต์เกี่ยวกับกองทัพเรือที่คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าปล่อยข่าวปลอมเพื่อบิดเบือนตลาด ซึ่งบ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างพยายามควบคุมการรับรู้ของตลาดในขณะที่ความตึงเครียดทางทหารกำลังก่อตัวขึ้น

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

การยกระดับทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโตและตลาดการเงินโดยรวม เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนมักหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงก่อน ซึ่งรวมถึง Bitcoin และ altcoin ต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ หากการปฏิบัติการทางทหารทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลังเลในการลดดอกเบี้ย ส่งผลเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองที่น่าสนใจจาก Bank of America ที่ Siam Blockchain เคยรายงานไว้ว่า หากราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง อาจกดดันให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะกลาง ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็อาจเป็นปัจจัยบวกต่อคริปโตในที่สุด แต่ในระยะสั้นนี้ ความไม่แน่นอนน่าจะกดดันตลาดเป็นหลัก โดยเฉพาะหากอิหร่านตอบโต้ทางทหารต่อการปฏิบัติการของ CENTCOM ครั้งนี้

สถานการณ์ตะวันออกกลางลุกลามต่อเนื่อง

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของความตึงเครียดที่สะสมมานานระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานถึง การที่อิหร่านตัดสายเจรจากับสหรัฐฯ รวมถึง แผนของทำเนียบขาวที่จะยึดน้ำมันอิหร่านทั้งหมด และ การที่ Trump ทุ่มงบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อประกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่นี้มาตลอด

นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ที่ขู่จะปิดกั้นการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นหายนะต่อตลาดพลังงานโลก ตอนนี้คงต้องติดตามใกล้ชิดว่าอิหร่านจะตอบสนองต่อปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ อย่างไร


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์ตอนนี้น่าเป็นห่วงพอสมควร เพราะการที่สหรัฐฯ ข้ามเส้นจากการขู่มาเป็นการลงมือจริงนั้น หมายความว่าความขัดแย้งได้เข้าสู่ระยะใหม่แล้ว คำถามสำคัญคืออิหร่านจะยอมถอยหรือตอบโต้กลับ ถ้าอิหร่านตอบโต้ ตลาดน้ำมันและตลาดคริปโตน่าจะผันผวนหนักมาก แต่ถ้าอิหร่านยอมถอยและกลับมาเจรจา ตลาดอาจฟื้นตัวได้เร็ว สิ่งที่น่าจับตาดูในตอนนี้คือการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเตหะราน และการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก เพราะนั่นจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าตลาดคริปโตจะเดินไปทิศทางไหนในวันสองวันนี้ครับ

เครดิตภาพจาก @RightSourceNews