bitkub-banner

Dev แห่ทิ้งบล็อกเชนไปทำ AI จน Commits ร่วงกว่า 75% แม้แต่ Ethereum ก็โดนด้วย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • จำนวน code commits ในโปรเจกต์บล็อกเชนร่วงลง 75% เมื่อนักพัฒนาหันไปทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI แทน
  • เครือข่ายหลักอย่าง Ethereum และ Solana ต่างสูญเสียผู้ร่วมพัฒนาในระลอกนี้ ถือเป็นจุดต่ำสุดในหลายปี
  • หากนักพัฒนาไม่หวนกลับมา การนวัตกรรมในระยะยาวของบล็อกเชนอาจชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การหดตัวของกิจกรรมนักพัฒนาเป็นสัญญาณเชิงลบต่อมูลค่าระยะยาวของโปรเจกต์บล็อกเชน เพราะนวัตกรรมและการอัปเกรดที่ล่าช้าลดความน่าสนใจของเครือข่าย อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นยังไม่ชัดเจน เนื่องจากราคาขับเคลื่อนด้วยกระแสเงินและอารมณ์ตลาดมากกว่าตัวชี้วัดด้านเทคนิค

วันที่ 12 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk กิจกรรมการพัฒนาในวงการบล็อกเชนตกต่ำสุดในรอบหลายปี โดยจำนวน code commits ร่วงลงถึง 75% เมื่อนักพัฒนาจำนวนมากหันหน้าไปทุ่มกับโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน AI แทน เครือข่ายชั้นนำอย่าง Ethereum และ Solana ต่างได้รับผลกระทบจากการสูญเสียผู้ร่วมพัฒนาในคลื่นนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีกำลังเทน้ำหนักไปสู่ AI อย่างชัดเจน และอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของบล็อกเชนในระยะยาว

นักพัฒนาหนีไปไหน และทำไม AI ถึงดึงดูดกว่า

แรงดึงดูดของ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการระเบิดตัวของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI agent สร้างโอกาสทางธุรกิจและแหล่งทุนใหม่จำนวนมาก บริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัปด้าน AI ต่างแย่งชิงนักพัฒนาด้วยค่าตอบแทนที่สูง พร้อมกับโอกาสทำงานในโปรเจกต์ที่ได้รับความสนใจจากสื่อและตลาดทุนอย่างล้นหลาม

ในทางตรงกันข้าม บล็อกเชนหลายเครือข่ายยังคงเผชิญกับปัญหาเดิมซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนของระบบ ปัญหา scalability ที่แก้ยาก และการยอมรับจากผู้ใช้จริงที่ยังเติบโตช้า สิ่งเหล่านี้ทำให้นักพัฒนารู้สึกว่าความพยายามที่ใส่ลงไปได้ผลตอบแทนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำงานด้าน AI ที่เห็นผลชัดเจนและรวดเร็วกว่า

ผลกระทบต่อ Ethereum และ Solana ในระยะยาว

Ethereum ซึ่งขณะนี้ซื้อขายอยู่ที่ $2,029.14 (+0.40%) และ Solana ที่ $85.26 (-0.78%) อาจไม่ได้รับผลกระทบต่อราคาทันที แต่ในระยะยาว การลดลงของกิจกรรมนักพัฒนาหมายความว่าการอัปเกรดโปรโตคอล การสร้างแอปพลิเคชันใหม่ และการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยจะช้าลง เมื่อระบบนิเวศไม่เติบโต โอกาสที่คู่แข่งใหม่จะขึ้นมาแทนที่ก็เพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Larry Fink เรียก Ethereum ‘ถนนเก็บค่าผ่านทาง’ แต่ประวัติศาสตร์บอกว่าถนนแบบนี้โดนแทนที่เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลเรื่องความสามารถในการแข่งขันของ Ethereum ในระยะยาว นอกจากนี้ รายงาน ข่าวดีก็ไม่ช่วย! Solana ไร้แววขาขึ้น แม้ยอดเงินไหลเข้า ETF และการเติบโตแซงหน้า Ethereum ยังชี้ให้เห็นว่าแม้ตัวชี้วัดพื้นฐานจะดี แต่ราคาก็ไม่ได้ตอบสนองเสมอไป ปัจจัยด้านนักพัฒนาที่ลดลงอาจซ้ำเติมภาพลักษณ์นี้

สัญญาณเตือนระยะยาวที่ตลาดมองข้ามได้ยาก

การวัดสุขภาพของโปรเจกต์บล็อกเชนด้วยจำนวน code commits ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักวิเคราะห์หลายรายใช้ตัวชี้วัดนี้เป็นสัญญาณระยะยาว เพราะโปรเจกต์ที่นักพัฒนาทอดทิ้งมักจะสูญเสียความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่ๆ ช้าลง และในที่สุดอาจล้าหลังจนยากจะฟื้นตัว การร่วงลง 75% จึงไม่ใช่ตัวเลขที่ควรมองข้าม แม้จะยังไม่เห็นผลทันทีในราคาก็ตาม

ประเด็นที่น่าจับตาต่อไปคือบล็อกเชนเหล่านี้จะสามารถดึงนักพัฒนากลับมาได้อย่างไร บางโปรเจกต์พยายามรับมือด้วยการเพิ่มทุนสนับสนุนนักพัฒนา (developer grants) หรือการสร้างเครื่องมือที่เชื่อมต่อกับโลก AI เช่น การนำ AI มาใช้ตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะหรือสร้าง agent บนเชน แต่ผลของกลยุทธ์เหล่านี้ยังต้องรอพิสูจน์ในช่วงเดือนข้างหน้า


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 75% นี้หนักมากนะ ถ้าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง มันไม่ใช่แค่นักพัฒนาเปลี่ยนงานปกติ แต่มันคือสัญญาณว่าคนที่อยู่ในวงการมาจริงๆ กำลังบอกด้วยการกระทำว่า AI น่าสนใจกว่า บล็อกเชนตอนนี้ สิ่งที่ต้องจับตาดูในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้าคือ Ethereum จะออก roadmap ใหม่หรือดึงชุมชนนักพัฒนากลับมาได้ยังไง ถ้าตัวเลข commits ยังไม่ฟื้น ความกังวลระยะยาวเรื่องความแข็งแกร่งของเครือข่ายก็จะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างที่รู้กัน ราคาคริปโตมักวิ่งด้วยกระแสข่าวมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้นอย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉย

ภาพจาก AI