ประชาชนชาวไทยอาจต้องเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหญ่ เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการลำเลียงพลังงานโลก กำลังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานอย่างรุนแรง โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ทุก ๆ 10 ดอลลาร์ที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยขยับขึ้นถึง 2 บาทต่อลิตร
ล่าสุด ปั๊มเชลล์ได้นำร่องปรับขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซลพุ่งแรงถึง 4.20 บาทต่อลิตร และกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 1.50 บาทต่อลิตรไปแล้ว ซึ่งวิกฤตพลังงานรอบนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าปั๊ม แต่กำลังลามไปยังสินค้าและบริการ 5 ประเภทหลักที่จะทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น ดังนี้
1. ค่าไฟฟ้ามาแน่ ! (งวด พ.ค. – ส.ค. 69)
ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากประเทศไทยนำเข้า ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งราคา LNG มักขยับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ

ปัจจุบันราคา LNG ในตลาดจร (Spot LNG) พุ่งไปแตะระดับ 14-15 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู จากเดิมที่ 10 ดอลลาร์ แม้ว่า กกพ. จะมีทางเลือกในการนำเงินส่วนเกินจาก 3 การไฟฟ้าประมาณ 1 หมื่นล้านบาทมาช่วยตรึงราคา แต่ต้นทุนที่แท้จริงจะสะท้อนออกมาในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน
2. แอปเดลิเวอรี่และอีคอมเมิร์ซ
การเติบโตของตลาด อีคอมเมิร์ซ ทำให้ความต้องการขนส่งพัสดุพุ่งสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งค่าเชื้อเพลิงและค่าเช่ารถ การขยับขึ้นของราคาน้ำมันเพียง 1 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขนส่งทันที 3-5%

นอกจากนี้ยังมีการแย่งชิงทรัพยากรคนขับรถ ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานในระบบสูงขึ้นตามกลไกตลาด ซึ่งอาจถูกส่งต่อไปยังค่าบริการที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มขึ้น
3. ระบบขนส่งและโลจิสติกส์
ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 13% ต่อ GDP ซึ่งถือว่าสูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและมาเลเซียอยู่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถบรรทุกขยับขึ้น จะทำให้ต้นทุนการกระจายสินค้าทั่วประเทศพุ่งสูงตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมจากค่าประกันภัยเรือที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่เสี่ยงภัยสงคราม ที่อาจทำให้ต้นทุนการนำเข้า-ส่งออกขยับตัวสูงขึ้นได้อีก
4. สินค้าอุปโภคบริโภค
เมื่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสูงขึ้น สินค้าเกือบทุกประเภทจึงจ่อคิวปรับราคาตาม ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณจากสินค้าบางรายการ เช่น ไข่ไก่ที่ปรับขึ้นราคา 6 บาทต่อแผง จากปัจจัยด้านอากาศและต้นทุนอื่น ๆ ซึ่งราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจะเป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อโดยรวมพุ่งสูง และกดดันกำลังซื้อในประเทศให้ลดลง

5. ค่าตั๋วเครื่องบิน
รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับสายบิน แม้จะมีการเจรจากับผู้ค้าน้ำมันไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสต็อกเดิม แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ สายการบินอาจจำเป็นต้องปรับแผนบริหารจัดการสต็อกน้ำมันและความยืดหยุ่นของราคาเพื่อความอยู่รอดภายใต้ต้นทุนที่สูงลิ่ว

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, WeMove Logistics, Thai PBS News
