bitkub-banner

ก.ล.ต. สหรัฐฯ เตรียมปลดคริปโตออกจากกฎโบรกเกอร์ วงการหายใจได้โล่งขึ้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เสนอแก้ไข Rule 15c2-11 เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 เพื่อจำกัดขอบเขตของกฎนี้ให้ใช้กับหลักทรัพย์ประเภทหุ้น (equity securities) เท่านั้น
  • การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้คริปโตพ้นจากข้อกำหนดของกฎดังกล่าว ลดภาระการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโบรกเกอร์และผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดคริปโต
  • ข้อเสนอนี้ยังต้องผ่านการรับฟังความเห็นสาธารณะ 60 วันก่อนจะมีผลบังคับใช้จริง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับคริปโตเป็นข่าวดีต่อภาคธุรกิจโดยรวม เพราะลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายของโบรกเกอร์และผู้ดูแลสภาพคล่อง ซึ่งอาจดึงดูดผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาโดยตรงในระยะสั้นอาจยังจำกัด เนื่องจากยังเป็นแค่ข้อเสนอที่ต้องรอกระบวนการรับฟังความเห็น

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ได้เสนอแก้ไขกฎ Rule 15c2-11 ภายใต้ Exchange Act โดยมีสาระสำคัญคือจำกัดขอบเขตของกฎนี้ให้ครอบคลุมเฉพาะหลักทรัพย์ประเภทหุ้นเท่านั้น ซึ่งมีผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตพ้นจากข้อบังคับดังกล่าว ตามรายงานจาก Cointelegraph ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ Paul S. Atkins กล่าวว่า “กฎระเบียบควรถูกออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทสินทรัพย์ที่ใช้บังคับ” และยืนยันว่า Rule 15c2-11 นั้น “ใช้บังคับกับหลักทรัพย์ประเภทหุ้นเสมอมา” ข้อเสนอนี้จะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะเป็นเวลา 60 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาของสหรัฐฯ (Federal Register)

กฎนี้คืออะไร และทำไมถึงกระทบคริปโต

Rule 15c2-11 ถูกออกแบบมาตั้งแต่ปี 1971 เพื่อป้องกันการฉ้อโกงในตลาด OTC (over-the-counter) สำหรับหลักทรัพย์ประเภทหุ้น โดยกำหนดให้โบรกเกอร์ต้องตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะของผู้ออกหลักทรัพย์ก่อนเสนอราคาซื้อขาย ปัญหาเกิดขึ้นในปี 2563 เมื่อ ก.ล.ต. ชุดเดิมขยายการตีความกฎนี้ให้ครอบคลุมตราสารหนี้และสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย ซึ่งนำไปสู่ความสับสนในวงกว้าง เพราะข้อกำหนดต่างๆ ในกฎนี้ถูกออกแบบมาสำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นแบบดั้งเดิม ไม่ใช่สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีโครงสร้างแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อกฎถูกนำมาบังคับใช้กับคริปโต โบรกเกอร์และผู้ดูแลสภาพคล่อง (market maker) ต้องแบกรับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะของสินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต. จึงต้องออกหนังสือยกเว้นการบังคับใช้ (no-action letter) หลายฉบับเพื่อชะลอการบังคับใช้ และได้ให้การยกเว้นถาวรสำหรับตราสารหนี้บางประเภทในปี 2566

สัญญาณชัดจากผู้นำ SEC ชุดใหม่ที่เป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้น

ข้อเสนอนี้สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของ ก.ล.ต. ชุดปัจจุบันภายใต้การนำของ Paul Atkins ซึ่งเข้ารับตำแหน่งด้วยแนวนโยบายสนับสนุนนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพตลาด และลดภาระกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ด้าน Commissioner Hester M. Peirce ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการคริปโตในชื่อ “Crypto Mom” ก็ให้การสนับสนุนข้อเสนอนี้ โดยระบุว่ากระบวนการที่ผ่านมา “ยืดเยื้อและสร้างภาระที่ไม่จำเป็น” ต่อผู้เล่นในตลาด

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเพียง “ข้อเสนอ” ไม่ใช่กฎที่มีผลบังคับใช้แล้ว กระบวนการต่อจากนี้คือการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะเป็นเวลา 60 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนที่ ก.ล.ต. จะพิจารณาออกกฎฉบับสุดท้าย ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้อีก

ความสำคัญต่อตลาดคริปโตในภาพรวม

หากข้อเสนอนี้ผ่านเป็นกฎบังคับใช้จริง จะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่โบรกเกอร์และ market maker ในตลาดคริปโตต้องแบกรับมานาน และอาจเปิดทางให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามาให้บริการด้านคริปโตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าจะละเมิด Rule 15c2-11 ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ ปรับกฎ 90 ปี ดันอเมริกาสู่ศูนย์กลางคริปโตโลกด้วย “Project Crypto” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการผ่อนปรนกฎระเบียบด้านคริปโตเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ใหญ่กว่านั้น รวมถึงการที่ Michael Saylor มั่นใจว่าประธาน SEC คนใหม่จะเป็นผลดีต่อ Bitcoin ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปตามที่คาดไว้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกที่น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่า ก.ล.ต. ชุดปัจจุบันกำลังพยายามแก้ไข “ความผิดพลาด” จากการตีความกฎแบบเหวี่ยงแหในยุคก่อน ซึ่งสร้างความสับสนให้ตลาดมานาน แต่อยากให้นักลงทุนเข้าใจว่านี่ยังเป็นแค่ขั้นตอนแรก ยังต้องรอดูว่ากระบวนการรับฟังความเห็น 60 วันจะมีการคัดค้านจากฝ่ายใดหรือไม่ และกฎฉบับสุดท้ายจะออกมาในรูปแบบใด สิ่งที่น่าจับตาดูคือท่าทีของบรรดาสมาคมการเงินและโบรกเกอร์รายใหญ่ว่าจะส่งความเห็นในทิศทางไหน เพราะถ้าได้รับการสนับสนุนกว้างขวาง โอกาสที่กฎนี้จะผ่านก็สูงมาก

ภาพจาก AI