bitkub-banner

Mastercard ทุ่มเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ซื้อบริษัท Stablecoin ยักษ์ใหญ่การเงินบุกคริปโตเต็มสูบ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Mastercard ประกาศเข้าซื้อกิจการ BVNK บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin มูลค่าสูงสุด $1.8 พันล้านดอลลาร์ รวมการชำระแบบมีเงื่อนไขอีก $300 ล้าน
  • BVNK ประมวลผลการชำระเงินด้วย Stablecoin มากกว่า $3 หมื่นล้านต่อปี และเคยได้รับการลงทุนจาก Coinbase Ventures, Visa และ Citi มาก่อน
  • การเข้าซื้อครั้งนี้จะช่วยให้ Mastercard เชื่อมต่อระบบการชำระเงินแบบ on-chain เข้ากับระบบเงิน fiat แบบดั้งเดิม สร้างความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างสองโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินอย่าง Mastercard ยอมทุ่มเม็ดเงินระดับนี้เพื่อซื้อโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินกระแสหลักมองว่า Stablecoin คือส่วนหนึ่งของอนาคตระบบการชำระเงิน แม้จะไม่กระทบราคา USDT หรือ USDC โดยตรงในระยะสั้น แต่ความเชื่อมั่นระดับสถาบันที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นปัจจัยบวกในภาพรวมต่อตลาดคริปโต

Mastercard ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ว่าได้ลงนามในข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ BVNK บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ด้วยมูลค่าสูงสุดถึง $1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการชำระเงินแบบมีเงื่อนไขอีกราว $300 ล้าน ตามรายงานจาก Cointelegraph ดีลนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Mastercard ในการขยายขีดความสามารถเชื่อมต่อการชำระเงินแบบ on-chain เข้ากับระบบเงิน fiat แบบดั้งเดิม โดย BVNK เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 และปัจจุบันประมวลผลการชำระเงินด้วย Stablecoin มากกว่า $3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

BVNK คือใคร และทำไม Mastercard ถึงสนใจ

BVNK ก่อตั้งโดย Jesse Hemson-Struthers (CEO), Chris Harmse (CBO) และ Donald Jackson (CTO) บริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ระดับองค์กรที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการ Stablecoin อย่าง USDT และ USDC ได้ครบวงจร ทั้งการชำระเงิน การแปลงสกุลเงินระหว่าง Stablecoin กับเงิน fiat แบบ real-time รวมถึงการจัดการ compliance การเทรด และสภาพคล่อง ในอดีต BVNK เคยได้รับการลงทุนเชิงกลยุทธ์จากบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ได้แก่ Haun Ventures, Coinbase Ventures, Scribble Ventures, DRW Venture Capital, Avenir, Tiger Global รวมถึงแขนงด้าน Venture ของ Visa และ Citi

สิ่งที่ทำให้ BVNK น่าสนใจสำหรับ Mastercard คือความสามารถในการเชื่อมต่อโลกของ Stablecoin เข้ากับระบบการเงินดั้งเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ Mastercard วางแผนไว้ นั่นคือการให้ผู้บริโภคสามารถใช้จ่าย Stablecoin ผ่านบัตรแบบดั้งเดิม การให้ร้านค้าและผู้รับชำระเงินสามารถรับ Stablecoin ได้ เช่น การร่วมมือกับ Circle สำหรับ USDC และ EURC รวมถึงการสนับสนุนการจ่ายเงินไปยัง Stablecoin wallet ต่าง ๆ

ความหมายของดีลนี้ต่อตลาด Stablecoin และคริปโตโดยรวม

การที่ Mastercard ซึ่งเป็นเครือข่ายการชำระเงินที่ครอบคลุมกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก ยอมลงทุนในระดับนี้ ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินกระแสหลักกำลังมองว่า Stablecoin ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไรอีกต่อไป แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน การจัดการคลังเงินขององค์กร และการส่งเงิน การเข้าซื้อครั้งนี้จะช่วยให้ Mastercard นำระบบ digital asset ของ BVNK มาเสริมและขยายเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก สร้างความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่าง fiat และ Stablecoin อย่างแท้จริง

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 มีรายงานว่าทั้ง Coinbase และ Mastercard ต่างแข่งกันเจรจาเพื่อเข้าซื้อ BVNK โดยมูลค่าที่พูดถึงในขณะนั้นอยู่ระหว่าง $1.5 พันล้านถึง $2.5 พันล้าน และในจังหวะหนึ่ง Coinbase ถูกรายงานว่าเป็นฝ่ายนำในการเจรจา แต่การประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้ยืนยันแล้วว่า Mastercard คือผู้ชนะในดีลนี้ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของ Mastercard ในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจ Stablecoin ที่กำลังเติบโตกับระบบการเงิน fiat ที่มีอยู่

คลื่นสถาบันการเงินรุกตลาด Stablecoin ไม่หยุด

ดีลของ Mastercard ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสใหญ่ที่สถาบันการเงินกระแสหลักต่างพากันรุกเข้าสู่พื้นที่ Stablecoin อย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า หุ้นของ Circle พุ่งขึ้นกว่า 100% ในหนึ่งเดือน หลังนักวิเคราะห์ชี้ถึงความต้องการ USDC ที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของตลาดสินทรัพย์ที่ถูก tokenize นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า PayPal ขยาย Stablecoin ดอลลาร์ไปยัง 68 ประเทศเพิ่มเติม สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในพื้นที่นี้กำลังดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีทั้งผู้เล่นฟินเทคและสถาบันการเงินระดับโลกเข้ามาร่วมวง

ที่น่าสังเกตคือ Mastercard เองก็ไม่ใช่หน้าใหม่ในเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยรายงานว่า Mastercard แสดงให้เห็นการใช้คริปโตซื้อพิซซ่า ซึ่งเป็นก้าวแรกในการผลักดันสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ชีวิตประจำวัน และการซื้อกิจการ BVNK ครั้งนี้ก็คือการขยับครั้งใหญ่ต่อไปในทิศทางเดิม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าดีลนี้น่าตื่นเต้นมากในแง่ของสัญญาณที่ส่งออกมา การที่ Mastercard ยอมจ่ายถึง $1.8 พันล้านเพื่อซื้อบริษัทที่อายุแค่ 4 ปี บอกอะไรเราได้หลายอย่าง อย่างแรกคือโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin มีมูลค่าจริงในสายตาของสถาบันการเงินระดับโลกแล้ว ไม่ใช่แค่ buzz คำว่า “Web3” อีกต่อไป อย่างที่สองคือการแข่งขันในพื้นที่นี้จะยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะ Visa, PayPal, Stripe ต่างก็กำลังสร้างหรือซื้อโครงสร้างพื้นฐานของตัวเองเหมือนกัน สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือหลังดีลปิดแล้ว Mastercard จะผนวก BVNK เข้ากับเครือข่ายการ์ดของตัวเองได้จริงแค่ไหน ถ้าทำได้สำเร็จ อาจเห็น Stablecoin กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนทั่วไปเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้

ภาพจาก AI