bitkub-banner

รายย่อยถอยทัพ ! ตลาดคริปโทฯ ไทยคนเทรดหาย 60% แต่วอลุ่มเทรดพุ่งทะลุ 1,922 ล้านบาท

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วอลุ่มเทรดคริปโทเฉลี่ยต่อวันพุ่งแตะ 1,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.55% จากเดือนก่อน แม้เหรียญ Top 5 จะแดงยกแผง
  • มูลค่าทรัพย์สินที่ลูกค้าฝากไว้ลดลงเหลือ 62,041 ล้านบาท หายไปกว่า 16% ในเดือนเดียว
  • บัญชี Active เหลือแค่ 55,000 บัญชี ดิ่งลง 60.76% ส่งสัญญาณรายย่อยเริ่มเงียบหาย

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ตลาดคริปโทไทยเดือน ก.พ. 69 เกิดภาวะสวนทางที่น่าจับตา เมื่อวอลุ่มเทรดพุ่งแตะ 1,922 ล้านบาท แต่บัญชี Active กลับดิ่งเหวเหลือเพียง 5.5 หมื่นราย หรือหายไปกว่า 60% สะท้อนภาพรายย่อยที่ถอดใจจนเม็ดเงินไหลออกจากกระดานเทรดไทยไปกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ทว่าตลาดกลับยังประคองตัวได้ด้วยแรงขับเคลื่อนจาก “นิติบุคคล” ที่ครองสัดส่วนสูงถึง 48% ซึ่งสัญญาณการ “เปลี่ยนมือ” จากรายย่อยสู่รายใหญ่เช่นนี้ มักถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสที่ราคาจะกลับมาตั้งลำได้อีกครั้งครับ

ตัวเลขจากหน่วยงาน ก.ล.ต. เดือน ก.พ. 69 เผยให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจของตลาดคริปโทไทย โดยพบภาวะความขัดแย้งกันของข้อมูล เมื่อมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.55% จากเดือนก่อนหน้า แต่ในทางกลับกัน จำนวนผู้ใช้งานจริงหรือบัญชี Active กลับดิ่งลงเหวจาก 140,000 ราย เหลือเพียง 55,000 ราย หรือหายไปกว่า 60% ภายในเดือนเดียว

ปรากฏการณ์ที่วอลุ่มพุ่งแรงสวนทางกับจำนวนผู้เล่นที่หายไป สะท้อนว่าโครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนมือ นักลงทุนรายย่อยที่เคยคึกคักเริ่มเลือกที่จะถอดใจออกจากตลาดหลังเผชิญสภาวะราคาเหรียญ Top 5 ปรับตัวลดลงยกแผง 

ทว่าช่องว่างนี้ถูกเติมเต็มด้วยกลุ่มนิติบุคคล ทั้งในและต่างประเทศที่ขยับขึ้นมามีสัดส่วนสูงถึง 48% ของผู้ลงทุนทั้งหมด กลายเป็นเครื่องยืนยันว่า “เงินก้อนใหญ่” ยังคงหมุนเวียนและขับเคลื่อนตลาดอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: ก.ล.ต.

อีกหนึ่งตัวเลขที่ไม่ควรมองข้ามคือ มูลค่าทรัพย์สินที่ลูกค้าฝากไว้ (Asset Under Custody) ที่ลดลงเหลือ 62,041 ล้านบาท ลดลง 16.02% การปรับตัวลดลงนี้สอดคล้องกับจำนวนบัญชี Active ที่หายไปบ่งชี้ว่า มีการเคลื่อนย้ายทุนออกไปพักไว้นอกกระดานเทรดไทยเพื่อรอดูท่าที ทำให้บรรยากาศโดยรวมในเดือนกุมภาพันธ์ถูกปกคลุมด้วยความระมัดระวังอย่างสูง


มุมมองผู้เขียน: เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ชั้นดีว่าตลาดคริปโทไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน การที่บัญชี Active ร่วงยับถึง 60% ในขณะที่วอลุ่มยังทรงตัวได้ดี คือสัญญาณว่ารายย่อยส่วนใหญ่ยอมแพ้ และปล่อยให้รายใหญ่หรือสถาบันเป็นผู้คุมเกมแทนซึ่งมักส่งผลดีต่อแนวโน้มราคา