สรุปข่าว
- Nasdaq ได้รับอนุมัติจาก SEC ให้เริ่มโครงการนำร่องแปลงหุ้นเป็นโทเคนเพื่อใช้ในการชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ผ่านระบบของ Depository Trust Company (DTC)
- การทดสอบจะเริ่มจากหุ้นบิ๊กแคปในดัชนี Russell 1000 และกองทุน ETF ชื่อดังที่อิงกับ S&P 500 และ Nasdaq-100 เพื่อวางรากฐานระบบการเงินยุคใหม่
- นักลงทุนสามารถเลือกวิธีชำระเงินได้ทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบโทเคนดิจิทัล โดยทั้งสองระบบจะรวมอยู่ในกระดานซื้อขายเดียวกันและได้รับลำดับคำสั่งซื้อขายที่เท่าเทียมกัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง Nasdaq ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่ออุตสาหกรรมคริปโต และเทคโนโลยีบล็อกเชนในวงกว้าง
การนำ Tokenization มาใช้จริงกับสินทรัพย์ดั้งเดิมมูลค่ามหาศาล จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากสถาบันการเงินเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัล
ตลาดหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Nasdaq กำลังพาโลกการเงินก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ หลังประกาศเตรียมเริ่มใช้เทคโนโลยีการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเค็น หรือ Tokenization ในการชำระราคาหุ้นและกองทุน ETF อย่างเป็นทางการ
การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ(SEC) ไฟเขียวให้ดำเนินโครงการนำร่องภายใต้การดูแลของ Depository Trust Company ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่ชัดเจนที่สุดในการหลอมรวมโลกตลาดหุ้นดั้งเดิม เข้ากับนวัตกรรมบล็อกเชน
เริ่มต้นจากยักษ์ใหญ่ หุ้น Russell 1000 และ ETF ชั้นนำ
ในช่วงเริ่มต้น Nasdaq เลือกที่จะจำกัดขอบเขตไว้ที่กลุ่มสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง และเป็นรากฐานของตลาดทุนสหรัฐฯ โดยจะเน้นไปที่หุ้นในดัชนี Russell 1000 รวมถึงกองทุน ETF ที่อิงกับดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq-100
ซึ่งการเลือกเอา “ของใหญ่หลักๆ” มาเป็นตัวชูโรงในโปรแกรมนำร่อง แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของ Nasdaq ที่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ จากจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของตลาด
อิสระในการเลือก: ระบบเดิม หรือใช้โทเคน นักลงทุนกำหนดเองได้
หนึ่งในจุดเด่นของโครงการนี้คือ การมอบทางเลือกให้กับนักลงทุนอย่างแท้จริง เวลาส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบของ Nasdaq คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้การชำระราคาแบบดั้งเดิมที่คุ้นเคย หรือจะเปลี่ยนไปใช้การชำระราคาแบบโทเคนดิจิทัลเพียงแค่กดเลือกคำสั่งพิเศษตอนส่งออเดอร์
ที่สำคัญคือ ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน คำสั่งซื้อขายทั้งหมดจะถูกจับคู่รวมกันอยู่ในระบบสมุดคำสั่งซื้อขายชุดเดียวกัน ทำให้ไม่มีการแยกสภาพคล่องออกจากกัน และนักลงทุนทุกคนจะได้รับสิทธิในการจับคู่ตามลำดับเวลาที่ยุติธรรม
อัปเกรดระบบหลังบ้าน สู่ความเร็วและความโปร่งใสในระดับสูงสุด
การนำเทคโนโลยีโทเคนมาใช้ ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือการปฏิรูประบบหลังบ้านของตลาดการเงินครั้งใหญ่ การใช้บล็อกเชนจะช่วยให้กระบวนการชำระราคาทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวัน ให้เหลือเพียงไม่กี่นาที ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และเพิ่มความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการตรวจสอบ
กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับการที่ Nasdaq เพิ่งจับมือกับ Kraken เว็บเทรดคริปโตชั้นนำไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า แผนการรุกคืบสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้
หากโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จในหุ้นกลุ่มดัชนี Russell 1000 เราอาจได้เห็นการขยายขอบเขตไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ อีกมากมายจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดทุนโลกในอนาคตอันใกล้
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่ Nasdaq ได้รับไฟเขียวจาก SEC ถือเป็นเรื่องใหญ่ในระดับโลก เพราะเป็นการทำลายกำแพงกั้นระหว่าง “ตลาดหุ้น” กับ “คริปโต” ให้พังทลายลง
