bitkub-banner

BOJ คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ BTC ร่วง 5% และ ETH ดิ่ง 7% ตลาดยังกังวลสงครามดันเงินเฟ้อ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติ 8 ต่อ 1 คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 0.75% ในการประชุมวันที่ 19 มี.ค. 2569
  • BOJ เตือนว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอาจหนุนเงินเฟ้อในญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากภูมิภาคนี้กว่า 90%
  • ตลาดคริปโตซบเซาต่อเนื่อง Bitcoin ร่วงกว่า 5% ETH ดิ่งเกือบ 7% สะท้อนอารมณ์หลีกเลี่ยงความเสี่ยงในวงกว้าง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ BOJ ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยหากสงครามตะวันออกกลางทำให้เงินเฟ้อรุนแรงขึ้น สร้างความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยง ในภาวะที่ตลาดคริปโตกำลังเผชิญแรงขายอยู่แล้วจากผลของ Fed คงดอกเบี้ย สัญญาณจาก BOJ ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดโลก

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติ 8 ต่อ 1 คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 0.75% ในการประชุมนโยบายการเงินที่สิ้นสุดลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย โดยตัวเลขดังกล่าวถือเป็นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2538 ตามรายงานจาก Crypto Rover กรรมการ BOJ เพียงคนเดียวที่ไม่เห็นด้วยคือ Hajime Takata ซึ่งเสนอให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 1.0% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดจับตามองมากกว่าการคงอัตราดอกเบี้ยคือสัญญาณเตือนของ BOJ เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่อาจกดดันให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต

ทำไมสงครามตะวันออกกลางถึงเป็นตัวแปรสำคัญของญี่ปุ่น

BOJ ระบุชัดเจนว่าความตึงเครียดที่ทวีขึ้นในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นตามมา อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่น สาเหตุหลักคือญี่ปุ่นพึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด ทำให้ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันโลกขยับ ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงกว่าประเทศอื่น ธนาคารกลางญี่ปุ่นจึงย้ำว่าจะติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดพลังงาน และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด

ผู้ว่าการ BOJ Kazuo Ueda ระบุว่าโอกาสและจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางเศรษฐกิจและราคาในขณะนั้น รวมถึงแนวโน้มการบรรลุเป้าเงินเฟ้อ 2% อย่างยั่งยืน โดย BOJ ยืนยันว่าพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อหากเศรษฐกิจและราคาเป็นไปตามคาดการณ์

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ขณะที่ BOJ ประกาศผลการประชุม ตลาดคริปโตกำลังอยู่ในโหมดขาลงอยู่แล้ว โดย Bitcoin ร่วงมากกว่า 5% มาอยู่ที่ราว $70,145 ส่วน Ethereum ดิ่งหนักกว่า 6.7% เหลือประมาณ $2,164 สะท้อนบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดโลกที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายปัจจัย ทั้งการที่ Fed คงดอกเบี้ยโดยไม่ส่งสัญญาณลดในปีนี้ และความกังวลจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

การส่งสัญญาณของ BOJ ว่าพร้อมขึ้นดอกเบี้ยหากสงครามทำให้เงินเฟ้อรุนแรงขึ้น ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนในระดับโลก เพราะหากธนาคารกลางสองแห่งใหญ่อย่าง Fed และ BOJ ต่างส่งสัญญาณดอกเบี้ยสูงนานขึ้น สภาพคล่องในตลาดจะลดลง ซึ่งมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตให้เผชิญแรงขายต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Fed คงดอกเบี้ยตามคาด BTC ร่วง 4% ETH ดิ่งกว่า 5% ตลาดผิดหวังไม่มีสัญญาณลด ซึ่งเมื่อรวมกับสัญญาณจาก BOJ ในวันเดียวกัน ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงจะยังอยู่กับเราต่อไป

บริบทการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ และสิ่งที่ต้องจับตา

การคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ BOJ ค่อยๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตั้งแต่มีนาคม 2567 ที่สิ้นสุดนโยบายดอกเบี้ยติดลบ ตามด้วยการขึ้นอีกสองครั้งในกรกฎาคม 2567 (0.25%) และมกราคม 2568 (0.50%) และล่าสุดในธันวาคม 2568 ที่ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 0.75% ในปัจจุบัน กระบวนการ “ปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติ” ของญี่ปุ่นจึงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและช้าๆ

สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้คือพัฒนาการในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นตัวแปรชี้ขาดว่า BOJ จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยหรือยังคงรอดูสถานการณ์ก่อน Siam Blockchain ยังได้รายงานไว้ก่อนหน้าว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์หลังอิสราเอลถล่มอิหร่าน ซึ่งหากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง เงินเฟ้อญี่ปุ่นก็มีความเสี่ยงที่จะปรับตัวขึ้นอีก และ BOJ ก็อาจถูกบังคับให้ลงมือขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการประชุม BOJ ครั้งนี้ดูเหมือนจะ “ไม่มีอะไร” เพราะคงดอกเบี้ยตามคาด แต่ถ้าอ่านดีๆ จะเห็นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังวางสัญญาณไว้ล่วงหน้าว่าพร้อมเดินหน้าต่อ ประเด็นที่น่ากังวลจริงๆ สำหรับตลาดคริปโตไม่ใช่การคงดอกเบี้ยครั้งนี้ แต่คือภาพรวมที่ธนาคารกลางหลักๆ ทั่วโลกทั้ง Fed และ BOJ ต่างส่งสัญญาณในทิศทางเดียวกันว่าดอกเบี้ยจะยังอยู่สูงต่อไป สิ่งที่ต้องจับตาจริงๆ คือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ถ้าความขัดแย้งยิ่งลุกลาม ราคาน้ำมันยิ่งพุ่ง เงินเฟ้อญี่ปุ่นยิ่งกดดัน โอกาสที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นก็มีมากขึ้น และนั่นคงไม่ใช่ข่าวดีสำหรับตลาดคริปโตในช่วงนี้เลย

เครดิตภาพจาก @CryptoRover