bitkub-banner

Bitcoin คือสินทรัพย์ที่ต้านกระแสโลกได้!? ยืนหยัดรับมือการพิมพ์เงินในยุค AI

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Fidelity ชี้ว่า Bitcoin แสดงถึง Resilience ขั้นสูงและสามารถรักษาระดับราคาไว้ได้ดีแม้จะเผชิญกับปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่รุนแรง
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งตามหลักการของ Power law และอัตราส่วนเมื่อเทียบกับทองคำ
  • การที่ Bitcoin แข็งแกร่งสวนทางกับ Asset ดั้งเดิมอาจเป็นเพราะตลาดกำลัง Price in อนาคตที่รัฐบาลต้องพิมพ์เงินและใช้ทฤษฎี MMT เพื่อรับมือกับผลกระทบจาก AI

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

มุมมองจากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Fidelity ที่ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างราคาและมองเห็นถึงปัจจัยพื้นฐานระยะยาวที่รองรับ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของเงินตรา ถือเป็น Sentiment เชิงบวกอย่างมาก สิ่งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนสถาบันและอาจดึงดูด Capital ใหม่ๆ ให้ไหลเข้ามาสะสม Bitcoin เพิ่มเติมในระยะยาว

Fidelity Investments เผยบทวิเคราะห์ใหม่ชี้ว่า Bitcoin กำลังแสดงให้เห็นถึง Resilience อย่างน่าทึ่ง โดย Jurrien Timmer ผู้อำนวยการฝ่าย Global Macro ของ Fidelity ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนในตลาดการเงินตลอดเดือนมีนาคม 2026 แม้จะมีปัจจัยต้านทางเศรษฐกิจมหภาคที่มักจะบดขยี้ Asset ที่ไม่มีอัตราผลตอบแทน แต่ Bitcoin ก็ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

ตลาดคริปโตใช้เวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในการค้นหาจุดต่ำสุดในรอบสั้นๆ และ Timmer ชี้ว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐคือแนวรับเชิงโครงสร้างที่สำคัญ แม้เขาจะยอมรับว่าอาจมีการร่วงลงต่ำกว่าระดับนี้ในช่วงสั้นๆ แต่โมเดลการประเมินมูลค่าพื้นฐานก็ยังคงสนับสนุนแนวรับนี้ เขาระบุว่าเมื่อพิจารณาจากเส้นแนวรับ Power law และอัตราส่วนระหว่างทองคำกับ Bitcoin ระดับดังกล่าวน่าจะทำหน้าที่เป็นจุดต่ำสุดได้อย่างแข็งแกร่ง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดตามมุมมองของ Timmer คือการที่ Asset class ต่างๆ มีปฏิกิริยาต่อสภาวะปัจจุบันที่แตกต่างกันออกไป โดยปกติแล้วแรงกดดันขาขึ้นของ Bond yields และดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นมักจะกระตุ้นให้เกิดการเทขายอย่างหนักใน Asset อย่าง Bitcoin แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม กราฟล่าสุดที่แสดงข้อมูล Sharpe Ratios ในรอบ 52 สัปดาห์แสดงให้เห็นว่า Risk-adjusted performance ของทั้ง Bitcoin และ Ethereum กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน Asset class แบบดั้งเดิมอย่าง S&P 500 และพอร์ตโฟลิโอมาตรฐาน 60/40 กลับอ่อนแอลง โดยมีเพียงกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้นที่ทำผลงานเป็นบวกตีคู่มากับคริปโต

สาเหตุที่ Bitcoin และ Bond yields ปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่ Risk assets ร่วงลงและเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่า อาจเป็นเพราะตลาดกำลังรับรู้ถึง Paradigm shift ครั้งใหญ่ มากกว่าจะเป็นเพียงการตอบสนองต่อปัจจัยทางเทคนิคระยะสั้น ประการแรก ตลาดอาจกำลัง Price in การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการคลังที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง Mid-term elections ของสหรัฐอเมริกา ยุคของ Monetary policy อาจกำลังถอยร่นและหลีกทางให้กับการครอบงำทางการคลังหรือ Fiscal dominance

ทฤษฎีที่ท้าทายที่สุดของ Timmer คือการตั้งคำถามว่าตลาดกำลังเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ AI เข้ามาแย่งงานมนุษย์อย่างรุนแรงหรือไม่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจบีบให้รัฐบาลต้องนำทฤษฎี MMT มาใช้และแจกจ่าย UBI หากตลาดกำลัง Price in อนาคตของการขาดดุลงบประมาณอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและการลดค่าเงินเพื่อเป็นทุนให้กับสังคมที่ถูก AI เข้ามา Disrupt ความแข็งแกร่งของ Bitcoin ในปัจจุบันก็อาจจะเป็นการพิสูจน์ถึงมูลค่าที่แท้จริงของมันที่กำลังแสดงให้เห็นในแบบเรียลไทม์

ที่มา: u.today


บทวิเคราะห์นี้ของ Fidelity ถือว่ามองข้ามช็อตไปไกลและลึกซึ้งมากครับ การโยงเรื่อง AI ที่จะมา Disrupt ตลาดแรงงานจนรัฐบาลต้องงัดนโยบาย UBI และ MMT มาใช้ ถือเป็น Paradigm shift ที่น่าสนใจสุดๆ เพราะถ้าถึงจุดที่รัฐบาลต้องแจกเงินประชาชนทุกคนเพื่อประทังชีวิต มูลค่าของเงิน Fiat จะเสื่อมลงอย่างรวดเร็วแน่นอน การที่กราฟ Sharpe Ratios ของ Bitcoin ฟื้นตัวสวนทางกับหุ้นและพันธบัตร เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า Smart money กำลังมองหา Safe haven รูปแบบใหม่ที่ต้านทานการพิมพ์เงินได้ ซึ่ง Bitcoin ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุดในปัจจุบันครับ