bitkub-banner

จีนกว้านซื้อแร่เงินจากต่างประเทศสูงสุดรอบ 8 ปี แม้ตลาดร่วงหนัก? ส่งสัญญาณอะไรถึง Bitcoin?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • การนำเข้าแร่เงินของจีนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี โดยจีนเป็นผู้ใช้แร่เงินรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับ ราคาเงินที่ร่วง -31.8% ตั้งแต่ต้นเดือน สะท้อนว่าจีนกำลัง “รอของถูก”
  • ปัจจัยที่ทำให้จีนเร่งซื้อเงินอาจมาจากการใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรม Solar panel, EV, อิเล็กทรอนิกส์ และ AI chipsซึ่งจีนเป็นผู้ผลิตหลักของโลก นอกจากนี้ จีนอาจกำลังสะสมแร่เงินเป็นทุนสำรอง คล้ายกับที่สะสมทองคำต่อเนื่อง
  • แนวคิด “Great Rotation” จากโลหะมีค่าไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มชัดขึ้นโดยราคาทองได้ร่วง 17%, เงินร่วง 31% แต่ BTC กลับพุ่ง 8.55% ตั้งแต่ต้นเดือน อย่างไรก็ตาม จีนยังเลือกสะสม “สินทรัพย์จริง” (silver) มากกว่า “สินทรัพย์ดิจิทัล” (BTC) สะท้อนการแข่งขันระหว่าง โลกการเงินแบบเดิม vs โลกใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การซื้อแร่เงินของจีนไม่กระทบ Bitcoin โดยตรง แต่สะท้อนว่า “Smart money ระดับประเทศ” กำลังสะสมสินทรัพย์สำหรับป้องกันความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อในช่วงราคาลง ซึ่งเป็นเหมือนกับฝั่งสถาบันที่ทยอยสะสม Bitcoin

ในช่วงที่ราคาแร่เงินที่ร่วงอย่างรุนแรงถึง 31.8% นับตั้งแต่ต้นเดือน มีผู้เล่นรายใหญ่ที่ ยังคงซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก MakeGoldGreat ระบุว่า การนำเข้าแร่เงินของจีน พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปี ท่ามกลางแรงเทขายทั่วตลาด นี่คือภาพชัดของแนวคิด “กล้าในช่วงที่คนอื่นกลัว” ในระดับประเทศ

ทำไมจีนถึงซื้อเงินเพิ่มตอนนี้?

  1. อุตสาหกรรมต้องการอย่างต่อเนื่อง: เงินไม่ใช่แค่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่เป็น วัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรม เช่น solar panel (ใช้เงินมากกว่า 20 กรัมต่อแผ่น), EV , รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์และ AI chips โดยจีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดของโลกในหลายอุตสาหกรรมเหล่านี้
  2. ใช้เป็นกองทุนสำรอง: ธนาคารกลางจีน (PBOC) ซื้อทองคำต่อเนื่องยาวนานถึง 18 เดือน การเพิ่มสัดส่วนแร่เงินอาจเป็นการกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ไปสู่สินทรัพย์อื่น ๆ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและหนี้สหรัฐฯ ที่แตะระดับ $39 ล้านล้าน
  3. เก็บของถูกเพื่อเก็งกำไร: การร่วงของราคาเงิน -31.8% จากปัจจัยสงครามและ นโยบาย FED กลายเป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นรายใหญ่ โดยสำหรับจีนยิ่งราคาลงมาก ยิ่งเป็นจังหวะสะสม

เกี่ยวอะไรกับ Bitcoin?  “โลกเก่า” vs “โลกใหม่”

ประเด็นสำคัญคือ ผู้เล่น 2 ฝั่งกำลังทำสิ่งเดียวกัน คือ “สะสมสินทรัพย์ในช่วงราคาลง” แต่เลือกสินทรัพย์ต่างกัน โดยฝั่งจีนเลือกแร่เงินและทองคำ ขณะที่สถาบันในฝั่งตะวันตกเลือกที่จะสะสาม Bitcoin

ทั้ง 2 ฝั่งคิดเหมือนกันว่า ดอลลาร์กำลังอ่อนค่าลง และหนี้สหรัฐฯ ที่สูงขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องหาทางรับมือ โดยจำเป็นต้องถือสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด แต่ต่างกันแค่ “รูปแบบของสินทรัพย์” ที่เลือกถือ

ข้อมูลตั้งแต่ต้นเดือนสะท้อนชัด โดยราคาทองร่วง 17%, เงินร่วง 31.8%, แต่ BTC กลับพุ่ง 8.55% แสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งแรงแซงโลหะมีค่าอย่างชัดเจน แต่จีนยังคงยึดแนวทางเดิมในการสะสม


ผู้เขียนมองว่า การที่จีนเร่งนำเข้าเงินสูงสุดในรอบ 8 ปี คือสัญญาณชัดว่า “Smart money ระดับประเทศ” กำลังสะสมสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่างจริงจังในช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัว ไม่ว่าจะเป็นทอง เงิน หรือ Bitcoin และสำหรับนักลงทุน แนวคิดนี้สะท้อนตรงไปตรงมาว่า เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ยังกล้าซื้อสินทรัพย์ที่ร่วงแรงอย่างเงิน (-31%) การย่อตัวเล็กน้อยของ Bitcoin (-0.84%) อาจไม่ใช่สิ่งที่ควรกังวล เพราะสุดท้ายแล้วเงินก้อนใหญ่ยังคงไหลเข้าซื้อในจังหวะที่คนส่วนใหญ่กำลังขาย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: