สรุปข่าว
- สัญญาฟิวเจอร์น้ำมันดิบ WTI บน Hyperliquid มี Open Interest พุ่งแตะ $300 ล้านในช่วงกลางเดือน มี.ค. 2569 ทำให้เป็นคู่ซื้อขายใหญ่อันดับ 3 รองจาก Bitcoin และ Ethereum
- ปริมาณซื้อขายน้ำมันดิบต่อวันในช่วงวันหยุดที่ตลาดดั้งเดิมปิดแตะ $1.7 พันล้าน และในบางช่วงทำปริมาณได้ $1.4 พันล้าน มากกว่า Ethereum ที่ $900 ล้านในช่วงเดียวกัน
- JPMorgan และ Delphi Digital ชี้ว่าเทรนด์นี้สะท้อนความต้องการเทรดสินทรัพย์แบบดั้งเดิมตลอด 24 ชม. บน DEX ซึ่งอาจดึงนักลงทุนนอกวงการคริปโตเข้ามามากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่สินทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างน้ำมันดิบดึงดูดปริมาณซื้อขายขนาดใหญ่เข้ามาบน DeFi เป็นสัญญาณบวกต่อการขยายฐานผู้ใช้ของระบบนิเวศ DeFi ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาเหรียญคริปโตในระยะสั้นยังไม่ชัดเจน
ในช่วงกลางเดือน มี.ค. 2569 สัญญาฟิวเจอร์น้ำมันดิบ WTI แบบ Perpetual บน Hyperliquid กระดานเทรดอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจ มี Open Interest (OI) พุ่งขึ้นแตะระดับ $300 ล้าน ตามรายงานจาก Cointelegraph โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Delphi Digital และการวิเคราะห์ของ JPMorgan ตัวเลขดังกล่าวทำให้น้ำมันดิบกลายเป็นคู่ซื้อขายที่มี OI ใหญ่เป็นอันดับ 3 บนแพลตฟอร์ม รองจาก Bitcoin และ Ethereum เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งตลาดน้ำมันดั้งเดิมยังปิดทำการอยู่

ปริมาณซื้อขายน้ำมันดิบพุ่งแรงช่วงตลาดดั้งเดิมปิด
แม้ในแง่ OI น้ำมันดิบจะอยู่อันดับ 3 รองจาก Bitcoin และ Ethereum แต่ในแง่ปริมาณซื้อขายต่อวัน ตัวเลขน่าสนใจกว่านั้น โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ตลาดดั้งเดิมปิด ปริมาณซื้อขายน้ำมันดิบต่อวันบน Hyperliquid แตะ $1.7 พันล้าน และในบางช่วงยังทำปริมาณได้ถึง $1.4 พันล้าน ซึ่งมากกว่าปริมาณซื้อขาย Ethereum ที่ $900 ล้านในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้น้ำมันดิบขึ้นเป็นตลาดฟิวเจอร์แบบ Perpetual ที่มีปริมาณซื้อขายใหญ่อันดับ 2 รองจาก Bitcoin เท่านั้น
สัญญาน้ำมันดิบบน Hyperliquid ตีราคาด้วย USDC และให้ Leverage สูงสุดถึง 20 เท่า รูปแบบ Order Book แบบ On-chain ที่แพลตฟอร์มใช้ช่วยให้ราคามีความแม่นยำสูงและ Slippage ต่ำกว่ากระดานเทรดแบบกระจายอำนาจทั่วไปที่ใช้ Automated Market Maker ทำให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกับตลาดอนุพันธ์แบบดั้งเดิมมากขึ้น
DeFi ก้าวสู่กระดานเทรดสากล ดึงนักลงทุนนอกวงการคริปโต
Delphi Digital รายงานว่า Hyperliquid กำลังพัฒนาตัวเองจากกระดานเทรดคริปโตไปสู่ “กระดานเทรดสากล” ที่ครอบคลุมอนุพันธ์ โลหะมีค่า และตลาดทำนาย โดยสัดส่วนของสินทรัพย์แบบ TradFi บนแพลตฟอร์มพุ่งจากราว 5% เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2568 ขึ้นมาเป็นเกือบ 18% ในช่วงกลางเดือน ก.พ. 2569 ขับเคลื่อนหลักโดยโภคภัณฑ์อย่างเงิน (Silver)
JPMorgan ระบุว่าการเติบโตของ Hyperliquid ในกลุ่มสินทรัพย์แบบดั้งเดิมสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการเทรดสินทรัพย์เหล่านี้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ซึ่งตลาดดั้งเดิมให้ไม่ได้ นักเทรดจากนอกวงการคริปโตที่ต้องการเปิดสถานะในน้ำมันดิบระหว่างที่ตลาดดั้งเดิมปิดในช่วงวันหยุดหรือกลางคืน กำลังหันมาพึ่ง DEX อย่าง Hyperliquid มากขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ตลาดผันผวน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ Trump ขีดเส้นตาย 48 ชั่วโมงต่ออิหร่าน และการที่ ผู้นำรัฐสภาอิหร่านขู่นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งบริบทเหล่านี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมความต้องการเทรดน้ำมันดิบแบบ Real-time นอกเวลาทำการตลาดจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวเลข OI $300 ล้าน แต่มันคือสัญญาณว่า DeFi กำลังพิสูจน์ตัวเองในสนามที่ใหญ่กว่าคริปโต ลองคิดดูว่าถ้าวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์เกิดขึ้นในวันหยุด และนักเทรดมืออาชีพต้องการปกป้องความเสี่ยงด้านน้ำมันทันที แต่ตลาดดั้งเดิมปิด Hyperliquid กลายเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่า Hyperliquid จะรักษาผู้ใช้กลุ่มนี้ไว้ได้ไหมหลังวิกฤตคลี่คลาย และ DEX รายอื่นจะตามมาในเกมสินทรัพย์แบบดั้งเดิมนี้หรือเปล่า
ภาพจาก AI
