สรุปข่าว
- Wang Guanran วัย 25 ปี ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้านจากการถือหุ้นใหญ่ใน Lingbao Gold Group หลังรับช่วงต่อมรดกจากบิดาตั้งแต่อายุ 20 ปี
- มูลค่าบริษัท Lingbao Gold เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 33 เท่า ภายในเวลาเพียง 5 ปี โดยพุ่งจาก 4,000 ล้านบาท สู่ 136,000 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาทองคำขาขึ้น
- ตระกูล Wang ปรับกลยุทธ์จากธุรกิจการเงิน มุ่งสู่ธุรกิจโลหะมีค่าระดับโลก ครอบคลุมเหมืองทองในปาปัวนิวกินี และเอกวาดอร์ รวมถึงธุรกิจแผ่นทองแดงสำหรับแบตเตอรี่ EV
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การเติบโตของอาณาจักร Lingbao Gold สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มเหมืองทองคำ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ และราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น (บาทละ 66,000 บาท) จึงส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ทางเลือกที่ผูกกับโลหะมีค่า
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำขยับจากบาทละ 25,000 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 66,000 บาท สร้างผลตอบแทนมหาศาลให้แก่ผู้ถือครอง ซึ่งคนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดกลับไม่ใช่แค่คนที่ซื้อทองเก็บไว้เพียงอย่างเดียว แต่คือ Wang Guanran ชายหนุ่มวัย 25 ปี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Lingbao Gold Group Co. เจ้าของเหมืองทองยักษ์ใหญ่ในจีนและอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งความมั่งคั่งของเขาส่วนใหญ่เกิดจากการที่มูลค่าบริษัทเติบโตขึ้นกว่า 33 เท่า ส่งผลให้ปัจจุบันเขามีทรัพย์สินรวมกว่า 39,000 ล้านบาท

จากเจ้าพ่อกองทุน สู่ราชาเหมืองทอง
จุดเริ่มต้นความรวยของตระกูล Wang ไม่ได้มาจากเหมืองทองตั้งแต่แรก โดย Wang Weidong ผู้เป็นพ่อของ Wang Guanran เคยเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีนและนักธนกิจมือฉมัง เขาคลุกคลีในวงการการเงินมาอย่างยาวนาน ก่อนจะก่อตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ D&R Asset Management Group และเข้าซื้อหุ้น Lingbao Gold ในสัดส่วน 24% จากรัฐบาลจีน เมื่อปี 2016 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 2,300 ล้านบาท
แต่เส้นทางธุรกิจไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เมื่อบริษัทของ Wang Weidong ถูกหน่วยงานกำกับดูแลเพ่งเล็งเรื่องการโฆษณาขายกองทุนที่ผิดระเบียบ และคุณสมบัติของผู้บริหาร จนโดนสั่งห้ามออกกองทุนใหม่นาน 6 เดือน
เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจยุติบทบาทในธุรกิจกองทุน แล้วส่งไม้ต่อให้ลูกชายอย่าง Wang Guanran เข้ามาดูแลอาณาจักรแทนตั้งแต่อายุ 20 ปี
ทายาทหุ้นเหมืองทอง กับพอร์ตธุรกิจหมื่นล้าน
Wang Guanran จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก George Washington University เขาเดินทางกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวในช่วงการโควิดระบาดใหญ่ปี 2020 และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานบริษัท Shenzhen Jiesi Weiye Holdings ดูแลธุรกิจผลิตแร่โลหะทั้งหมดในขณะที่มีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น
แม้เขาจะมีตำแหน่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 31% ใน Lingbao Gold แต่เขากลับไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการบริหาร โดยเลือกทำหน้าที่เป็นกรรมการบริษัทที่ไม่มีอำนาจบริหาร แล้วหันไปทุ่มเทให้กับการเป็น CEO ร่วมที่ Londian Wason Group ซึ่งผลิตแผ่นทองแดงสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแทน
ความน่าสนใจคือ เขายังมีไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่ายผ่านการเขียนบล็อกท่องเที่ยว และเคยเป็นข่าวจากการรู้วิธีจองตั๋วชั้นหนึ่งในราคาประหยัดอีกด้วย
การขยายอาณาจักรอย่างไร้พรมแดน
ภายใต้การถือครองของตระกูล Wang บริษัท Lingbao Gold ใช้จังหวะที่ราคาทองคำเป็นขาขึ้นเร่งขยายฐานธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างดุดัน พวกเขาเข้าซื้อหุ้น St Barbara Mining ในปาปัวนิวกินี และลงทุนใน Titan Minerals เจ้าของเหมืองทองขนาดใหญ่ในเอกวาดอร์
การกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก ประกอบกับราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาทองคำ ทำให้มูลค่าบริษัททะยานสู่หลักแสนล้านบาทในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากเหมืองทองแล้ว ความมั่งคั่งของ Wang Guanran ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล เนื่องจาก Londian Wason Group ธุรกิจส่วนประกอบแบตเตอรี่ EV ของครอบครัว Wang Guanran กำลังมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้นี้
ที่มา : bloomberg
มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Wang Guanran พิสูจน์ให้เห็นว่า “ทองคำ” ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเพียงแค่การถือครองสินทรัพย์จริง แต่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างหุ้นเหมืองทองที่มีการบริหารจัดการที่ดี สามารถสร้างผลตอบแทนทวีคูณได้มากกว่าหลายเท่า
