สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin พุ่ง 4-5% ทะลุกลับมายืนเหนือ $70,000 ได้สำเร็จ หลังจากเคยร่วงลงไปแตะแถว $67,000
- ปัจจัยหลักมาจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ชะลอแผนโจมตีอิหร่าน ทำให้น้ำมันร่วงหนัก -9% และตลาดทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง
- เม็ดเงินยังไหลเข้า Spot Bitcoin ETF ต่อเนื่อง ผสมโรงกับการเกิด Short Squeeze ที่ช่วยเร่งเครื่องดันราคาให้พุ่งแรง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
เช้านี้ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นเหนือ $70,000 อีกครั้ง รับข่าวทรัมป์สั่งชะลอแผนโจมตีอิหร่านกะทันหัน ช่วยสยบความกังวลเรื่องสงครามจนราคาน้ำมันร่วงกว่า 9% ปลดล็อกให้นักลงทุนกล้าหอบเงินกลับเข้าลุยสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้นและคริปโต นอกจากนี้ยังมีแรงส่งจากการเกิด Short Squeeze ที่บีบให้คนเปิดชอร์ตต้องรีบปิดโพสิชั่นหนีตาย ผสมโรงกับเม็ดเงินจากฝั่งสถาบันและกองทุน ETF ที่ยังเดินหน้ากวาดซื้อเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
เช้าวันนี้ (24 มี.ค.) ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกลับมาเขียวสดใสอีกครั้ง ราคา Bitcoin (BTC) ดีดตัวแรงกว่า 4-5% ภายใน 24 ชั่วโมง ทะลวงแนวต้านสำคัญกลับมายืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ปัจจุบันราคาแกว่งตัวรักษาฐานอยู่ในกรอบ $70,700 – $71,000
ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นแรงซื้อที่เริ่มก่อตัวตั้งแต่ระดับ $68,000 ในช่วงเย็นวานนี้ ดันกราฟพุ่งทะยานเฉียด $72,000 ก่อนจะย่อตัวลงมาเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งแกร่งไว้ได้
จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้มาจากตัวเลขเศรษฐกิจ แต่มาจากข่าวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน พร้อมส่งสัญญาณว่า การเจรจาระหว่างสองฝ่ายกำลังไปได้สวย ข่าวนี้ช่วยลบภาพที่คนกลัวว่าสงครามจะบานปลายจนกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซออกไปได้ทันที

พอความตึงเครียดคลี่คลาย ปฏิกิริยาแรกที่เห็นชัดสุดคือ “ราคาน้ำมัน” ที่ทิ้งตัวลงกว่า 9% ลบบความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนแฝงจากสงคราม สิ่งนี้ทำให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเปลี่ยนโหมดกลับมาลุยสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 และ Nasdaq เด้งรับข่าวดี เช่นเดียวกับตลาดคริปโตที่นักลงทุนหอบเงินกลับเข้ามาเก็งกำไรกันอย่างคึกคัก
นอกจากปัจจัยมหภาคแล้ว แรงส่งรอบนี้ยังถูกจุดชนวนด้วยปัจจัยทาง Technical การเทขายอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า ทำให้ตลาดร่วงลงสู่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) เมื่อมีข่าวดีมากระตุ้น บรรดานักเทรดฝั่ง Short จึงถูกบีบให้ต้องรีบปิดโพสิชั่นเพื่อหนีตาย เกิดเป็นปรากฏการณ์ Short Squeeze ที่กระชากราคาให้พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น แรงหนุนจากฝั่งสถาบันยังคงแข็งแกร่ง เม็ดเงินยังคงไหลเข้ากองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Strategy ก็ยังคงเดินหน้ากวาดซื้อ BTC เข้าพอร์ตอย่างไม่ต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มทุนรายใหญ่ไม่ได้หวั่นไหวต่อความผันผวนระยะสั้น และยังคงใช้จังหวะตลาดย่อตัวในการสะสมความมั่งคั่งต่อไป
มุมมองจากกูรู: กราฟเทคนิคบอกอะไรเรา?
นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังระดับโลกออกมาให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า การกลับมายืนเหนือ $70,000 ครั้งนี้มีนัยยะสำคัญ
Ali Martinez นักวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ชื่อดัง ชี้ให้เห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “Bitcoin สามารถทวงคืนโซนแนวรับสำคัญที่ $69,500 – $70,000 ได้สำเร็จ ซึ่งโซนนี้มีเม็ดเงินรอซื้อหนาแน่นมาก หาก BTC สามารถยืนระยะตรงนี้ได้ เป้าหมายถัดไปคือการทะลวงแนวต้านจิตวิทยาที่ $73,000
ด้าน Michaël van de Poppe ซีอีโอของ MN Trading วิเคราะห์เสริมว่า “การกวาดล้างสภาพคล่องขาลงได้จบลงแล้ว ข่าวสงครามที่ผ่อนคลายลงคือ ตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ตราบใดที่ BTC ไม่หลุดลงไปต่ำกว่า $68,000 อีกรอบ ภาพใหญ่จะยังคงเป็นกระทิง และเราอาจได้เห็นการทดสอบ All-Time High ใหม่ในไม่ช้า
สอดคล้องกับมุมมองของ Rekt Capital ที่ระบุว่า BTC กำลังพยายามเบรกออกจากกรอบการสะสมพลัง หลังสลัดเม่าจากข่าวความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้สำเร็จ
มุมมองผู้เขียน: Bitcoin สามารถสลัดภาพความกลัวและกลับมายืนเหนือ $70,000 ได้อย่างแข็งแกร่ง กลายเป็นการยืนยันว่า ยังมีแรงซื้อยังรออยู่เสมอ หากสถานการณ์เป็นใจ อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่คุ้นเคยกับความผันผวนของตลาดนี้ ต้องเตือนสติตัวเองเสมอว่า ข่าวการเมืองระหว่างประเทศพลิกแพลงได้ในชั่วข้ามคืน วันนี้เจรจา พรุ่งนี้อาจตึงเครียดขึ้นมาอีก การประเมินความเสี่ยงและมีจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ชัดเจน ยังคงเป็นเกราะคุ้มกันพอร์ตที่ดีที่สุด
